สถิติน่าสนใจจากรอบแบ่งกลุ่ม เวิลด์ คัพ 2010 (FIFA.com)
หลังจากเกมรอบแบ่งกลุ่มของศึกฟุตบอลโลก 2010 ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ทาง "FIFA.com" เว็บไซด์ทางการของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ได้รวบรวมสถิติน่าสนใจของบรรดาแข้งดาวดังว่าใครโดดเด่นในด้านไหนบ้าง ทั้งในเรื่อง ใครปิดสกอร์เฉียบคม, สร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้เยอะ, ขยันทุ่มเท รวมไปถึงจังหวะเข้าปะทะดุดันและแข็งแกร่งที่สุด มาเริ่มกันที่หัวข้อแรกที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้นั่นก็คือ "จอมถล่มประตู"
ผู้นำดาวซัลโว
กอนซาโล่ ฮิกัวอิน ทิ้งโอกาสงาม ๆ ไปหลายครั้งในเกมเปิดสนามกับ ไนจีเรีย แต่พอเข้าสู่นัดที่ 2 กับ เกาหลีใต้ หัวหอกจาก เรอัล มาดริด ไม่ยอมทิ้งโอกาสหลุดลอยและจัดการระเบิดแฮตทริคใส่ตัวแทนจากเอเชียช่วยให้ "ฟ้า-ขาว" ชนะไปขาดลอย 4-1
แม้ ฮิกัวอิน จะได้พักในเกมส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่มกับ กรีซ แต่ 3 ประตูที่เกิดขึ้นยังเพียงพอให้เขายืนหยัดในตำแหน่งผู้นำดาวซัลโวประจำศึก เวิลด์ คัพ 2010 ต่อไป โดยเพชฌฆาตอาร์เจนไตน์ครองตำแหน่งร่วมกับ ดาบิด บีย่า หัวหอกทีมชาติสเปนที่ยิง 3 ประตูจาก 2 เกมที่ผ่านมาและ โรเบิร์ต วิตเท็ค ศูนย์หน้าสโลวักที่ยิงคนเดียว 2 ประตู ในนัดเฉือนหวิว "แชมป์เก่า" อิตาลี 3-2
สรุปอันดับผู้นำดาวซัลโว :
กอนซาโล่ ฮิกัวอิน, ดาบิด บีย่า, โรเบิร์ต วิตเท็ค (3 ประตู) 
ลิโอเนล เมสซี่ ยิงเข้ากรอบมากที่สุดในรอบแรก แต่ "ยังไม่เป็นประตู"
ยิงตรงกรอบ
ถึงแม้ตอนนี้ ลิโอเนล เมสซี่ จะยังเบิกสกอร์แรกของตัวเองในเวที "เอสเอ 2010" ไม่ได้ แต่พิจารณาจากสถิติแล้วเชื่อว่าอีกไม่นานกองเชียร์ "ฟ้า-ขาว" จะได้เห็นชื่อไอ้หนูมหัศจรรย์รายนี้บนสกอร์บอร์ด เพราะสตาร์บาร์ซ่าเป็นนักเตะที่ยิงตรงกรอบมากที่สุดหลังจากจบรอบแรก แต่ในหลาย ๆ ครั้งถูกปฏิเสธจากการป้องกันอันยอดเยี่ยมของนายทวารฝั่งตรงข้าม
สรุปอันดับผู้เล่นยิงตรงกรอบมากที่สุด :
ลิโอเนล เมสซี่ (11 ครั้ง), กียาน อซาโมอาห์, วอลเตอร์ เบียร์ซ่า (8 ครั้ง)
ตัวป้อนชั้นเยี่ยม
คี ซุง ยอง โบกมือลาทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ คัพ 2010 พร้อมกับสถิติส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมก็คือการผ่านบอลที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ เพราะดาวเตะแดนกิมจิผ่านลูกในจังหวะตั้งเตะช่วยให้ทีมทำประตูได้ 2 ลูกในรอบแบ่งกลุ่ม เทียบเท่ากับ อาร์ตูร์ โบก้า แบ็กร่างเล็กจาก สตุ๊ตการ์ต ที่ทำ 2 แอสซิสต์ในเกม ไอวอรี่โคสต์ ถล่ม เกาหลีเหนือ ส่งท้ายรายการ 3-0 ส่วนนักเตะที่ผ่านบอลแม่นยำและยังจะมีส่วนร่วมในรอบน๊อคเอาท์ก็คือ โธมัส มุลเลอร์ของ เยอรมัน
สรุปอันดับนักเตะผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุด :
คี ซุง ยอง, อาร์ตูร์ โบก้า, กาก้า, โธมัส มุลเลอร์ (2 ครั้ง)
จิลแบร์โต้ ซิลวา ผ่านบอลเข้าเป้ามากที่สุด
ผ่านบอลเข้าเป้า
จิลแบร์โต้ ซิลวา ถือเป็นผู้ปิดทองหลังพระตัวจริงของทีมชาติบราซิล เพราะอดีตกองกลางตัวเก็บบอลของ อาร์เซน่อล ผ่านบอลให้เพื่อนด้วยตัวเลขความแม่นยำ 90 เปอร์เซนต์ โดยเข้าเป้า 211 ครั้งจาก 235 ครั้ง ซึ่งนับว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดในฟุตบอลโลกหนนี้ ตามติดมาด้วยนักเตะร่วมค่ายแซมบ้าอย่าง ไมคอน (210 ครั้ง) ขณะที่ ชาบี เอร์นันเดซ ตัวคุมจังหวะเกมของ สเปน รั้งอันดับ 3 ที่สถิติผ่านบอลถึงเพื่อนร่วมทีม 205 ครั้ง ซึ่งไม่นับเป็นเรื่องน่าแปลกใจอะไรเลยสำหรับโคตรบอลจากค่าย บาร์เซโลนา รายนี้
สรุปอันดับนักเตะเท้าชั่งทอง :
จิลแบร์โต้ ซิลวา (211 ครั้ง), ไมคอน (210 ครั้ง), ชาบี เอร์นันเดซ (205 ครั้ง)
จอมกระชากลากเลื้อย
แน่นอนว่าตัวเต็งของตำแหน่งนี้หนีไม่พ้นพวกนักเตะเชิงสูงจากโซนละติน นำมาด้วย ลิโอเนล เมสซี่ ตัวรุกความหวังสูงสุดของ อาร์เจนตินา (18 ครั้ง) โดยที่เซอร์ไพรส์หน่อยเห็นจะเป็น ดั๊กลาส ไมคอน แบ็กขวาจอมบุกของ บราซิล ที่ทำสถิติตีคู่ซูเปอร์สตาร์ "ฟ้า-ขาว" มาด้วยจำนวนเลี้ยงโซโล่เท่ากัน ขณะที่เต็งจ๋าอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตามมาเป็นอันดับ 3 ที่จำนวน 17 ครั้งและ ลูคัส โพดอลสกี้ (16 ครั้ง)
สรุปอันดับจอมกระชากลากเลื้อย :
ลิโอเนล เมสซี่, ไมคอน (18 ครั้ง), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (17 ครั้ง), ลูคัส โพดอลสกี้ (16 ครั้ง)
ตัวเปิดบอลชั้นดีจากริมเส้น
สองนักเตะที่เปิดบอลเข้ากลางเข้าเป้ามากที่สุดหมดโอกาสเพิ่มตัวเลขให้ตัวเอง เนื่องจากทีมตกรอบแรกไปแล้วทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็น ลุค วิลเชียร์ (ออสเตรเลีย) และ เฌเรมี (แคเมอรูน) โดยทั้งคู่เปิดบอลเข้ากลางถึงเพื่อนร่วมทีม 8 ครั้ง ต่อเนื่องมาด้วยผู้เล่นอีก 5 รายที่ครอสบอลเข้าเป้า 7 หนเท่ากันเป๊ะ ประกอบด้วย ชาบี เอร์นันเดซ, เฆซุส นาบาส, ซิโมเน่ เปเป้, อันเดร อายิว, แลนดอน โดโนแวน ซึ่งหากบอลโลกหนนี้ เดวิด เบ็คแฮม ไม่เจ็บไปเสียก่อน เชื่อว่ากองกลางเท้าชั่งทองทีมชาติอังกฤษ คงครองตำแหน่งเจ้าพ่อครอสบอลโดยปราศจากคู่แข่ง
สรุปอันดับตัวเปิดบอลริมเส้นชั้นเยี่ยม :
ลุค วิลเชียร์, เฌเรมี (8 ครั้ง), ชาบี เอร์นันเดซ, เฆซุส นาบาส, อันเดร อายิว, ซิโมเน่ เปเป้และ แลนดอน โดโนแวน (7 ครั้ง)
ตัวปะทะพันธ์แกร่ง
หากย้อนไปเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เจ้าของตำแหน่งนี้คงหนีไม่พ้นพวกฮาร์ดแมนของทีมในกลุ่มเต็งหามอย่าง เจนนาโร่ กัตตูโซ่และ โคล้ด มาเกเลเล่ แต่มาในครั้งนี้ตัวแท็คเกิ้ลที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดในรอบแรกกลับมาจากทีมกลุ่มล่างอย่าง ม้าดยิด บูเกอร์ร่าของ แอลจีเรีย โดยเซนเตอร์ฮาล์ฟ เรนเจอร์ส ควงคู่มากับ สเตฟาน กริชติ้ง ปราการหลังทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ที่ตกรอบไปแล้วเช่นกัน
สรุปอันดับตัวแท็คเกิ้ลทรงประสิทธิภาพ :
ม้าดยิด บูเกอร์ร่า, สเตฟาน กริชติ้ง (5 ครั้ง), ชาบี อลอนโซ่, ฮาเบียร์ มาสเชราโน่, การี่ เมเดล, ฮอร์เก้ ฟูซิเล่, ไมเคิ่ล แบร๊ดลี่ย์, ออสมัน ชาเวซ, อัลบาโร่ เปไรร่า, เอมิลิโอ อิซากีร์เร่และ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ (4 ครั้ง)
เซฟ!!!
ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของตำแหน่งนี้มักมาจากทีมเล็ก ๆ เพราะรูปเกมเป็นรอง ทำให้ภาระหนักมาตกกับนายทวาร ซึ่งหลังผ่านรอบแรกไป ผู้รักษาประตูที่มีจังหวะป้องกันให้ทีมมากที่สุดคือ รี เมียง กุ๊ค นายด่านทีมโสมแดง ที่แม้จะโดนกระซวกตาข่ายถึง 12 เม็ดจาก 3 เกม แต่เขาก็เซฟประตูให้ทีมในจังหวะจะแจ้งถึง 21 ครั้ง
สรุปอันดับนายทวารจอมหนึบหลังจบรอบแรก
รี เมียง กุ๊ค (21 ครั้ง), วินเซนต์ เอ็นเยม่า (20 ครั้ง), โธมัส โซเรนเซ่น, อเล็กซานดรอส ซอร์วาส (17 ครั้ง)
ตัววิ่งมาราธอนของ เกาหลีเหนือ 3 นัด ทำระยะกว่า 36 กิโลเมตร
นักเตะมาราธอน
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตัวแทนจากเกาหลีเหนือจะครองตำแหน่งผู้เล่นจอมขยัน เพราะทีมที่ฝีเท้าเป็นรองและไม่มีดาวดังไปเทียบชั้นกับคู่แข่งส่วนใหญ่แล้วต้องเอาความทุ่มเทและสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งเข้าสู้ ซึ่งผู้เล่นทรงคุณค่าที่วิ่งเก็บระยะได้มากที่สุดคือ อัน ยอง ฮัค มิดฟิลด์ทีมโสมแดงที่วิ่งไปกว่า 36.22 กิโลเมตร ใน 3 เกม ส่วนอันดับ 2 และ 3 อย่าง ซามี เคดิร่า (เยอรมัน) กับ เกราร์โด้ ตอร์ราโด้ (เม็กซิโก) วิ่งห่างกันเพียง 10 เมตรเท่านั้น (35.87 กม. และ 35,86 กม.)
สรุปอันดับนักเตะพันธ์อึด
อัน ยอง ฮัค (36,220 เมตร), ซามี เคดิร่า (35,870 เมตร), เจราร์โด ตอร์ราโด (35,860 เมตร)
ผู้เล่นรอบจัด
กองเชียร์ "ปีศาจแดง" คงปลื้มไม่น้อยที่แข้งป้ายแดงชาวเม็กซิกันอย่าง ฮาเบียร์ เอร์นันเดซ ครองสถิติผู้เล่นที่มีความเร็วสูงสุดหลังจบรอบแรก (32.15 กม./ชม.) ส่วนอันดับ 2 - 3 ติดลิสต์มาแบบพลิกโผ เพราะมาจากทีมค่าเฉลี่ยสูงวัยอย่าง กรีซ ประกอบด้วย อัฟราม ปาปาโดปูลอสและ คอนสแตนตินอส คัตซูรานิส (31.57 กม./ชม.) / (31.50 กม./ชม.)
สรุปอันดับผู้เล่นตีนจรวด
ฮาเบียร์ เอร์นันเดซ (32.15 กม./ชม.), อัฟราม ปาปาโดปูลอส (31.57 กม./ชม.), คอนสแตนตินอส คัตซูรานิส (31.50 กม./ชม.)
เรียกฟาวล์ได้มากที่สุด
ฟรีคิกสุดสวยของ ไคสุเกะ ฮอนดะ ในเกมกับ เดนมาร์ก ถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของสตาร์ ซีเอสเคเอ มอสโก ในศึกฟุตบอลโลก 2010 นอกจากนั้นบรรดาแนวรับคู่แข่งยังรู้ถึงพิษสงของ ฮอนดะ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตัวรุกทีมชาติญี่ปุ่นถึงถูกตัดฟาวล์มากที่สุดในรอบแรกถึง 17 ครั้ง ตามติดมาด้วยปราการหลังเพื่อนร่วมทีมซามูไรอย่าง ยูจิ นากาซาวา (15 ครั้ง) และ อเล็กซิส ซานเชซ (14 ครั้ง)
เสียฟาวล์มากที่สุด
น่าแปลกใจไม่น้อยที่สองนักเตะผู้ทำฟาวล์มากที่สุดจะมาจากทีมนิวซีแลนด์ แถมยังเป็นศูนย์หน้าทั้งคู่ โดย รอรี่ ฟอลลอนและ คริส คิลเลน ทำเสียฟาวล์ 15 และ 13 ครั้งตามลำดับ ส่วนอันดับ 3 เป็น อาบู ดิยาบี้ ห้องเครื่องทีมชาติฝรั่งเศส (13 ครั้ง)
ปิดท้ายด้วยลิสต์ผู้เล่นที่ถูกตะเพิดออกจากสนามในรายการนี้ ซึ่งมีใบแดงปลิวว่อนถึง 13 ใบ มีรายชื่อดังนี้ อันตา ยาเฮีย (แอลจีเรีย), นิโกลัส โลเดยโร่ (อุรุกวัย), อเล็กซานเดอร์ ลูโควิช (เซอร์เบีย), อิตูเมเลง คูเน่ (แอฟริกาใต้), ซานี กาอิต้า (ไนจีเรีย), แฮร์รี่ คีเวล (ออสเตรเลีย), มิโรสลาฟ โคลเซ่ (เยอรมัน), ทิม เคฮิลล์ (ออสเตรเลีย), โยอันน์ กูร์คุฟฟ์ (ฝรั่งเศส), วาลอน เบห์รามี (สวิตเซอร์แลนด์), มาร์โก เอสตราด้า (ชิลี), กาก้า (บราซิล), อับเดล เกซซาล (แอลจีเรีย) 
กาก้า (เบอร์ 10) เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกไล่ออกในรอบแรก

