Alan Shearer on England | |||
![]() เวย์น รูนี่ย์ ยังควานหาฟอร์มเก่งไม่เจอ
การเล่นของ เวย์น รูนี่ย์ ในสองเกมที่ผ่านมา ไม่ใกล้เคียงกับมาตรฐานของเขาที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้แต่นิดเดียว แต่ถ้าผมเป็นผู้จัดการทีมแล้วล่ะก็ แนวคิดที่ดร็อบเขาในเกมชี้เป็นชี้ตายกับ สโลวีเนีย นั้นไม่อยู่ในหัวผมแต่อย่างใด เพราะถึงยังไงเขาก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อความหวังที่เหลืออยู่ของ อังกฤษ รูนี่ย์ แทบไม่มีบทบาทกับเกมรุกของ "สิงโตคำราม" เลย ทั้งในเกมกับ สหรัฐฯ และ แองโกลา แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาจับจังหวะการเล่นของตัวเองได้ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ คงจะตัดสินใจผิดอย่างแรงหากคิดจะดร็อบ รูนี่ย์ หรือเปลี่ยนตัวเขาออกกลางคัน แม้ในวันที่เขาเล่นไม่ดีก็ตาม ในเกมกับ แอลจีเรีย รูนี่ย์ จับบอลจังหวะแรกไม่ดีและสิ่งต่าง ๆ ก็ดูไม่ค่อยจะเป็นใจ โดยส่วนเป็นเพราะหนึ่งสตาร์ "ปีศาจแดง" ไม่สมบูรณ์และต้องกัดฟันลงเล่นท่ามกลางปัญหาบาดเจ็บและสุดท้าย อังกฤษ ทำได้แค่เสมอ แต่กระนั้นเชื่อว่า รูนี่ย์ ยังชนะใจแฟนบอลนางส่วน เพราะเขาแสดงให้เห็นถึงความกระหายในชัยชนะและไม่เคยถอดใจ จึงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับผู้จัดการทีมที่จะหั่นชื่อผู้เล่นแบบนี้ออกในเกมที่คุณต้องการจุดเปลี่ยนบางอย่างให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับ อังกฤษ ที่สถานการณ์กำลังหลังพิงฝาอย่างที่ได้ทราบกัน เห็นได้ชัดว่า รูนี่ย์ หัวเสียกับผลงานของตัวเองและเพื่อนร่วมทีมไม่น้อย โดยดาวเตะร่างตันระเบิดอารมณ์ออกมาใส่กองเชียร์ผู้ดีที่โห่ใส่นักเตะจากผลงานอันน่าผิดหวัง มาว่ากันเรื่องของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ บ้าง ... เทรนเนอร์จากแดนมะกะโรนีถือเป็นคนที่เพียบพร้อมไปด้วยประสบการณ์และความสำเร็จในระดับสโมสร แต่กับเวทีระดับชาติแล้วนี่เป็นเพียงการคุมทีมลุยศึก เวิลด์ คัพ ครั้งแรก อันนับเป็นบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่สำหรับเขา เพราะนอกจากบทบาทผู้นำทีมแล้ว คาเปลโล่ ต้องรับมือกับเรื่องนอกสนามในฐานะผู้กุมบังเหียนทีมความคาดหวังสูงอย่าง อังกฤษ ด้วย การตัดสินใจของ คาเปลโล่ ที่ออกมาตอบโต้ เทอร์รี่ ผ่านสื่อ นับเป็นทางออกที่ไม่น่าจะดีนัก มันทำให้รู้สึกประหลาดใจ เพราะไม่มีใครทราบมาก่อนว่าต้นเหตุของความย่ำแย่ที่เกิดขึ้นบนสนามนั้นแอบแฝงไปด้วยปัญหาภายในที่ถูกปกปิดมานาน แน่นอนว่า คาเปลโล่ คงเร่งหาทางแก้ไข แต่คงไม่มีใครกล้ารับประกันว่างกุนซืออิตาเลี่ยนจะจัดการทุกอย่างให้ลงตัวได้ภายใน 2-3 วัน จากเกมกับ แอลจีเรีย เห็นได้ชัดว่าสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปจากทีมชุดนี้คือความกระตือรือร้น ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักเตะไม่เข้าใจในบทบาทการเล่นของตัวเองและดูขาดความเชื่อมั่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัด เช่น เจอร์ราร์ด ที่ไม่อยากเล่นตัวรุกฝั่งซ้าย ขณะที่ เอมิล เฮสกี้ ก็ดูจะไม่ค่อยกล้ายิงประตู เพราะกลัวพลาด ผมยังคงแอบหวังว่า อังกฤษ จะสามารถทะลุเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ ซึ่งหากผมเป็นนักพนันแล้วล่ะก็ ผมจะยังคงถือหาง อังกฤษ ว่าจะชนะ สโลวีเนียและตีตั๋วผ่านเข้ารอบต่อไปได้ในที่สุด.... | |||



