
แฟนบอลนิวซีแลนด์ ยกย่องผลงานขุนพล "ออลไวท์" เป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการกีฬาของประเทศ หลังจากเก็บคะแนนแรก ด้วยการเสมอ สโลวาเกีย 1-1 ในเกมนัดแรกกลุ่มเอฟ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในช่วงวินาทีสุดท้ายของการแข่งขันในศึกฟุตบอลโลก 2010 นัดแรก กลุ่มเอฟ เมื่อวันอังคารที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ขุนพล "กีวี" เพิ่งได้เข้าแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกในปี 1982 ที่สเปน พวกเขาตกรอบแรกโดยแพ้ 3 นัดรวด ส่งผลให้การได้ประตูตีเสมอช่วงทดเวลาเจ็บในเกมเมื่อวันอังคาร ทำให้พวกเขารู้สึกราวกับได้ชัยชนะ แฟนบอลส่วนใหญ่ชมการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน แต่บางส่วนก็รวมตัวอยู่ตามบาร์ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงกระแสคลั่งไคล้ฟุตบอลของชาวนิวซ๊แลนด์
คริส รัททู คอลัมนิสต์กีฬาหนังสือพิมพ์ชื่อดังของนิวซีแลนด์ เฮรัลด์ อธิบายความรู้สึกต่อผลการแข่งขันนัดนี้ว่า "ผมเคยเห็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ของวงการกีฬานิวซีแลนด์มามากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงเกมนี้ที่ไม่มีอะไรจะเทียบเท่าอีกแล้ว"
ขณะที่เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์เฮรัลด์ เชื่อว่าผลการแข่งขันนี้จะสร้างความน่าเชื่อถือต่อวงการกีฬานิวซีแลนด์ หลังจากถูกกีฬารักบี้บดบังรัศมีมาตลอด "ไม่มีข้อโต้แย้ง นี่คือความสำเร็จที่ยอดเยี่ยม มันไม่ใช่สิ่งที่หลายคนคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เมื่อพวกเขาพ่ายอย่างน่าอดสูต่อ วานัวตู (ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิค) 2-4 ในปี 2004"
ส่วน แซม มัลคอล์มสัน อดีตขุนพลในตำนาน "ออล ไวท์" ชุดเวิลด์ คัพ 1982 ระบุว่าทีมของ ริคกี้ เฮฮร์เบิร์ต ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสมควรได้มาแอฟริกาใต้ "มีคนจำนวนมากบอกว่าเราไม่ควรได้ไประดับโลก และเส้นทางของพวกเขาง่ายเกินไป (ในรอบคัดเลือก โซนโอเชียเนีย) แต่เราสมควรไปที่นั่น เราได้ผลการแข่งขันที่ดีเยี่ยม และอีก 2 ทีมจะไม่เจองานง่ายในการเล่นกับ นิวซีแลนด์ แน่นอน"
ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ จะลงเตะ 2 เกมที่เหลือของกลุ่ม เอฟ กับ อิตาลี แชมป์เก่า ในวันอาทิตย์ที่ 20 มิ.ย. ก่อนจะลงเตะนัดสุดท้ายกับ ปารากวัย ในวันพฤหัสบดีที่ 24 มิ.ย.

