
มาร์ติน คีโอว์น : แนวรับอังกฤษต้องการความเร็ว
มาร์ติน คีโอว์น เป็นอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษในยุค 90 ที่สร้างชื่อในระดับสโมสรกับ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ในยุคแผง "แบ็กโฟร" อันเลื่องชื่อ ซึ่งประกอบด้วยคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ โทนี่ อดัมส์กับ คีโอว์น โดยมี ลี ดิ๊กสันและ ไนเจล วินเทอร์เบิร์น รับบทฟูลแบ็กทั้งสองด้าน
ถึงแม้จะแขวนสตั๊ดมาแล้วกว่า 5 ปี แต่ถึงตอนนี้ คีโอว์น ก็ยังวนเวียนอยู่กับวงการลูกหนังที่เขาผูกพันธ์และหลงใหลอยู่เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้สันทัดกรณีลูกหนังแทน โดยปัจจุบัน คีโอว์น ทำงานให้สำนักข่าว "บีบีซี" และเป็นคอลัมนิสต์ของ "เมลออนไลน์" ด้วย
แน่นอนว่าหลังจากจบเกมที่ อังกฤษ ทำได้แค่เสมอกับ สหรัฐฯ 1-1 ในมุมมองของอดีตกองหลังทีมชาติ คงเล็งเห็นจุดที่ทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ยังต้องแก้ไขและวันนี้ คีโอว์น ก็เอาประเด็นดังกล่าวมาเจาะลึกให้สาวก "สิงโตคำราม" ได้ชมกัน
"ส่ง อัพสัน ลงสนาม"
คีโอว์น กล่าวว่า ด้วยอาการบาดเจ็บของ เล็ดลี่ย์ คิง ทำให้เขารู้สึกกังวลหาก คาเปลโล่ จะส่ง เจมี่ คาร์ราเกอร์ ลงสนามอีกครั้งในวันศุกร์นี้ เพราะกองหลัง ลิเวอร์พูล ห่างเกมระดับชาติมานานและหดหายไปเยอะในเรื่องของความเร็ว
ตัวแทนที่เหมาะสมที่สุดในการประกบคู่กับ จอห์น เทอร์รี่ หนีไม่พ้น แมทธิว อัพสัน เพราะเซนเตอร์แบ็กจาก เวสต์แฮม เคยเล่นกับ "เจที" มาจนคุ้นเคยในเกมรอบคัดเลือกและผลงานก็ออกมาดี ที่สำคัญ อัพสัน ยังเป็นกองหลังที่เร็วที่สุดในขุมกำลังชุดนี้อีกด้วย 
อัพสัน (ซ้าย) และ ไมเคิ่ล ดอว์สัน ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับบทบาทคู่หูของ จอห์น เทอร์รี่ แต่รายแรกดูมีภาษีดีกว่า
เช่นนั้นแล้วการส่ง อัพสัน ลงประสานงานกับ เทอร์รี่ น่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เพราะอดีตกัปตันทีมจาก เชลซี นั้นแข็งแกร่งและเข้าปะทะดี ขณะที่ อัพสัน โดดเด่นในจังหวะอ่านเกม ซึ่งน่าจะทดแทนการหายไปของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ได้มากกว่า คาร์ร่าและ ไมเคิ่ล ดอว์สัน
การกล่าวถึงเรื่อง "ความเร็ว" นับเป็นเรื่องแปลกสำหรับนักเตะตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ แต่กับทีมชาติอังกฤษชุดนี้ถือว่าจำเป็น เพราะแดนกลางไม่มีตัวตัดเกมมืออาชีพ เฉกเช่น ฮาเบียร์ มาสเชราโน่ ของ อาร์เจนตินา, เฌเรมี่ ตูลาล็องด์ ของ ฝรั่งเศส เลย
จุดบอดดังกล่าวทำให้คู่ปราการหลังตัวกลางต้องเจอกับภาระที่หนักขึ้น ดังเช่นในเกมกับ สหรัฐฯ ที่ทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ดและ แฟร้งค์ แลมพาร์ด แทบไม่ได้มีบทบาทกับการชะลอเกมรุกของฝั่งมะกันเลย
อย่างไรก็ตามข่าวดีคือการได้ แกเร็ธ แบร์รี่ กลับมาเป็นทางเลือกของทีมอีกครั้ง เพราะแม้กองกลางจาก แมนฯซิตี้ จะไม่ใช่พวกเข้าปะทะโหด แต่ก็มีประโยชน์กับเกมรับของทีมมาก เนื่องจากขยัน, ครองบอลเหนียวแน่นและคุมจังหวะเกมได้ดี
"สปิริตที่น่าประทับใจ"
ความผิดพลาดที่ตกเป็น "ทอล์ค อ๊อฟ เดอะ ทาวน์" หนีไม่พ้น การรับบอลวืดของ โรเบิร์ต กรีน ซึ่งเหนือเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว มีฉากประทับใจที่น่าจดจำ นั่นก็คือจังหวะที่ โจ ฮาร์ท เข้าไปปลอบใจ กรีน ในช่วงพักครึ่งแรก ทั้ง ๆ ที่ตามตำแหน่งแล้วคู่นี้ต้องแข่งขันกันอยู่
ในบางครั้งเรื่องแบบนี้สร้างความเสียหายให้กับทีม แต่ก็ไม่ใช่ความผิดจนเกินอภัยสำหรับผู้กระทำ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์คนหนึ่ง เหมือนเมื่อครั้งที่ เดวิด ซีแมน ถูก โรนัลดินโญ่ ยิ่งลูกปาฏิหาริย์ข้ามหัวในศึก เวิลด์ คัพ 2002
โจ ฮาร์ท ปลอบใจ กรีน หลังจบครึ่งแรก
คีโอว์น ก็เคยให้กำลังใจ เดวิด ซีแมน เมื่อครั้ง เวิลด์ คัพ 2002
"ตัวริมเส้นควรมีบทบาทมากขึ้น"
ทีมชุดนี้มีตัวริมเส้นฝีเท้าดี ๆ อยู่หลายคน แต่ในเกมแรกดูเหมือนกลยุทธ์ของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ จะธรรมดาไปสักหน่อย (กราฟิค ภาพที่ 1) เพราะส่วนทั้ง เลนนอนและ ไรท์-ฟิลิปปส์ ปักหลักถ่างออกไปยืนริมเส้นเสียส่วนใหญ่ ทำให้ง่ายต่อการตั้งเกมรับของฝั่งตรงข้าม
ที่สำคัญการกระจายพื้นที่ห่างแบบนั้นทำให้เวลาที่ฟูลแบ็กสองข้างไม่เติมเกมในจังหวะครอบครองบอล แดนกลางจะเหลือ สตีเว่น เจอร์ราร์ดกับ แลมพาร์ด ต่อบอลกันอยู่ตรงกลางเพียงสองราย
แท็คติกในเกมกับ สหรัฐฯ ที่ดูจะเรียบง่ายไปสักหน่อย
แท็คติกดังกล่าวทำให้คู่แข่งเดาทางได้ง่าย เพราะหากไม่จ่ายออกไปริมเส้น ก็จะยัดกลางฝากมาให้ เอมิล เฮสกี้ ส่วน เวย์น รูนี่ย์ แทบไม่มีบทบาทอะไรเลย กลับกันถ้าผู้เล่นอย่าง เลนนอน จะอาศัยความเร็วให้เป็นประโยชน์และเพิ่มการเลี้ยงตัดเข้ากลางอย่างที่ ลิโอเนล เมสซี่ ทำ มันก็น่าจะช่วยเพิ่มมิติเกมรุกของ อังกฤษ ให้หวือหวายิ่งขึ้น (ตาม กราฟิค ที่ 2)
แนวทางการเล่นที่ดีที่สุดตามมุมมองของ คีโอว์น คือ วางกองกลางสามราย โดยส่ง แบร์รี่ ลงยืนหน้าแผงแบ็กโฟร เพื่อเปิดโอกาสให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ดและ สตีเว่น เจอร์ราร์ด มีอิสระในการสนับสนุน เวย์น รูนี่ย์ มากขึ้น แต่อาจต้องปรับดาวเตะ แมนฯยู เป็นหัวหอกเดี่ยวแทน 
คีโอว์น มองว่าการตัดเข้ากลางของตัวริมเส้นน่าจะช่วยให้เกมรุก อังกฤษ วูบวาบกว่าเดิม
ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่ว่า เฮสกี้ จะเล่นไม่ดี เพราะเมื่อวันเสาร์หัวหอก วิลล่า ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ เพียงแต่นั่นยังไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดต่อทีมชาติอังกฤษในตอนนี้
"เวลาฝึกซ้อมที่ไม่เพียงพอ"
ยังคงวนเวียนอยู่กับตำแหน่งตัวริมเส้น เพราะดูเหมือน ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ และ อารอน เลนน่อน จะยังเล่นได้ไม่จี๊ดจ๊าดเท่ากับที่เห็นในพรีเมียร์ลีก โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะดาวเตะทั้งสองรายไม่ค่อยได้ลงสนามในช่วงครึ่งซีซั่นหลังและผลกระทบเริ่มแสดงให้เห็นในเกมกับ สหรัฐฯ
ไรท์ ฟิลลิปส์ เล่นแบบขาดความเชื่อมั่นและยิงไปตรงตัวผู้รักษาประตูในจังหวะที่น่าจะทำได้ดีกว่านั้นในช่วงครึ่งหลัง ส่วน เลนนอน พักช่วงไปนาน เนื่องจากบาดเจ็บเรื้อรังอยู่พักใหญ่ ทำให้จังหวะยังไม่ลงตัวนัก โดยเฉพาะการเปิดบอล
อย่างไรก็ดีผมคิดว่านี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่และต้องการเพียงเวลาในการรื้อฟื้น ซึ่งทั้งคู่ ไรท์ ฟิลลิปส์และ เลนนอน ได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง การเล่นของพวกเขาน่าจะดีขึ้นและส่งประโยชน์สูงสุดให้กับทีมชาติอังกฤษได้อย่างแน่นอน ... แล้วมาดูว่า คาเปลโล่ จะปรับแผนอย่างไรและ อังกฤษ จะดีขึ้นหรือไม่ในเกมนัดสอง

