เกล็น จอห์สัน(อังกฤษ)

เป็นหนึ่งในบรรดาแข้ง"สิงโตคำราม"ไม่กี่คนที่โชว์ผลงานได้ตามมาตราฐาน สร้างความสมดุลย์ระหว่างรุกและรับได้อย่างลงตัว ตัดเกมริมเส้นฝั่งซ้ายของ อเมริกา ได้หมดจด แถมเติมเกมรุกขึ้นไปอย่างน่ากลัว และมีโอกาสยิงประตู แต่โดนมือกาว ทิม โฮเวิร์ด ป้องกันไว้ได้
สตีฟ เชรุนโดโล่(อเมริกา)
ไม่แตกต่างกับ เกล็น จอห์นสัน ทำหน้าที่ฟูลแบ็คได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งอาจจะดูดีกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ เขาต้านเกมรุกระดับพระกาฬทั้ง รูนี่ย์, เฮสกี้, ไรท์ ฟิลลิปส์ หรือแม้กระทั่ง แอชลี่ย์ โคล ไว้ได้หมด อีกทั้ง ดาวเตะ ฮันโนเวอร์ ยังสนับเกมบุกด้วยลูกยาวไปให้กองหน้าวิ่งโฉบไปรับบอลสวยๆได้หลายครั้งอีกด้วย
สตีเว่น เจอร์ราร์ด(อังกฤษ)
เปิดหัวสิงโตได้อย่างสวยงาม ด้วยการจบสกอร์แบบเลือดเย็น แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมได้ 3 แต้ม เพราะหลังจากนั้นบักเจิดลงมาเล่นเกมรับมากเกินไป
กาเบรียล ไฮน์เซ่(อาร์เจนติน่า)
พุ่งโหม่งเข้าซุกก้นตาข่ายได้อย่างหมดจด และช่วย"ฟ้าขาว"เก็บ 3 แต้มสำคัญในนัดแรกไว้ได้ รวมไปถึงเกมรับที่ยังทำหน้าที่ได้แข็งแกร่งดุดันเหมือนเคย
ลี ชุง ซู(เกาหลีใต้)
จุดประกาย"โสมขาว"ด้วยการทำประตูขึ้นนำตั้งแต่ 6 นาทีแรก หลังจากนั้นปราการหลังจอมแกร่งก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยการสกัดกั้นเกมรุก กรีซ ได้ทุกรูปแบบ
ปาร์ค จี ซุง(เกาหลีใต้)
ซูปเปอร์สตาร์แดนกิมจิ ไม่ทำให้สาวกหลีต้องผิดหวัง หลังได้ส้มหล่นจาก วินตรา กองหลัง กรีซ ปาร์ค โซโล่เดี่ยว เข้าไปยิงผ่านมือผ่านมือผู้รักษาประตูคู่แข่งเข้าไปอย่างเหนือชั้น และมีสิทธิ์ติดลูกยิงยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์นี้เลย
ลี ชุง ยอง(เกาหลีใต้)
ถึงแม้จะไม่มีชื่อในสกอร์บอร์ด แต่ผู้เล่นยอดเยี่ยมของ โบลตัน เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา มีส่วนกับเกมรุก เกาหลีใต้ โดยตลอด สร้างโอกาสจากการเลี้ยงบอลของเจ้าตัวที่เป็นเอกลักษณ์ และผ่านบอลสวยๆให้เพื่อนร่วมทีมได้หลายครั้ง
ทิม โฮเวิร์ด(สหรัฐฯ)
โฮเวิร์ด สอน โรเบิร์ต กรีน ให้รู้ว่าผู้รักษาประตูที่ดีเขาทำกันอย่างไร เข้าไปตัดบอลจากเท้าหรือหัวกองหน้าคู่แข่งได้อย่างรวดเร็ว หรือเข้าไปบีบใส่บรรดาแนวรุกทีมชาติอังกฤษ ไม่ให้ยิงได้ถนัด ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า โฮเวิร์ด จะกลายเป็นหนึ่งในมือกาวที่ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้
วินเซ็ต์ เอ็นเยเม่(ไนจีเรีย)
ถูกยกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตซ์ ในเกมพ่าย"ฟ้าขาว" 0-1 มือกาวผิวหมึกมีการยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยว ปฎิกิริยาว่องไว รวมทั้งสภาพร่างกายที่ฟิตเปรี๊ย ช็อตที่ติดตาก็คือการบินปัดลูกยิงปั่นโค้งของ เมสซี่ ที่กำลังจะเสียบสามเหลี่ยม แต่ เอ็นเยเม่ บินดั่งซูเปอร์แมนพุงปัดออกไปอย่างน่าทึ่ง

