ลูคาส วินตรา(กรีซ)
กลายเป็นแพะรับบาปตัวเบ้อเริ่ม เนื่องจากปราการหลังจอมเฟอะฟะ จับบอลยาวเป็นกิโล จนถูก ปาร์ค จี ซุง ห้องเครื่องเกาหลีใต้ ขโมยบอลไปต่อหน้า ก่อนจะหลุดไปยิงหนีเป็น 2-0 ดับความหวังของ กรีซ ไปทันที
อัฟราม ปาปาโดปูลอส(กรีซ)

ยังวนเวียนอยู่ในเทพนิยายกรีซ(อดีต) อีกหนึ่งตัวรับ กับการยืนที่ผิดทาง จนเป็นที่มาให้ทีมเสียประตูแรกให้กับ"โสมขาว"ตั้งแต่ไก่โห่ จากลูกเตะมุม จากนั้น ยังมีส่วนกับการเสียลูกสอง เมื่อถูก ปาร์ค จี ซุง เลี้ยงผ่านเข้าไปยิงประตูอย่างง่ายดาย ราวกับเป็นกองหลังมือใหม่ยังไงยังงั้น
ธีโอเฟนิส กีคัส(กรีซ)

รู้สึกจะมีนักเตะ กรีซ มากเป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะดูจากเกมล่าสุด มันโชว์ฟอร์มกันได้เห่ยสาระตี่แทบทุกราย รวมถึงดาวยิงตัวความหวังรายนี้ ที่มีโอกาสมากมายในการทำประตู แต่ดาวซัลโวของทีมในรอบคัดเลือก กลับยิงทิ้งขว้างไปหมดเสียนิ
ลีโอเนล เมสซี่ กับ กอนซาโล่ อิกัวอิน(อาร์เจนติน่า)
ไม่เว้นแม้แต่ดาวเตะหมายเลขหนึ่งของโลกคนปัจจุบัน เมสซี่ ก็ไม่ได้ถือว่าเล่นได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แต่อย่างว่าด้วยความคาดหวังที่ถูกตั้งไว้สูงลิบ บวกกับฟอร์มการเซฟผีเข้าของนายทวาร"อินทรีมรกต" ทำให้ปิดโอกาสแจ้งเกิดของ"นิว มาราโดน่า"ไปเลยในเกมนี้
อิกัวอิน หาโอกาสสับไกได้บ้าง แต่จังหวะจบไม่เฉียบขาด ไม่ก็เจอพิษเดียวกับ เมสซี่ ของ วินเซ็นต์ เอ็นเยียม่า นั่นล่ะ จนในที่สุด ดาวยิง เรอัล มาดริด ก็ถูกเปลี่ยนออกไป
โรเบิร์ต กรีน (อังกฤษ)
อูย!!ฝันร้ายมาเยือนตั้งแต่เกมแรกซะแล้ว หลังก่อนหน้าสาวก"ทรี ไลอ้อนส์"หวั่นเกรงว่านายด่านมือชั้นต่ำทั้ง 3 จะออกลูกเหวอหรือไม่ แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วตั้งแต่เกมแรกแบบนี้ ลูกบอลพุ่งมาเลียดเบาหวิวแถมตรงตัวอีกต่างหาก แต่ กรีน ดันจับบอลปลิ้นเข้าประตูไปซะงั้น เป็นโจทย์ใหญ่ให้ คาเปลโล่ ได้ขบคิดว่าจะเอาอย่างไรดีในเกมถัดไป
เวย์น รูนี่ย์(อังกฤษ)
สตาร์สอบตกกันระนาวตั้งแต่เกมแรก รวมถึงไอ้อ้วน ที่เงียบสนิทในเกมเสมอ สหรัฐฯ โดยในช่วง 17 นาทีแรก รูนี่ย์ หายไปอยู่ใต้ดินหรือไงไม่ทราบ เพราะไม่ได้แตะบอลแม้แต่ครั้งเดียว!! ยิ่งกว่านั้น ดาวเตะ"ปิศาจแดง"ยิงไม่เข้ากรอบสักครั้งตลอด 90 นาที!!!

