
ใกล้ถึงเทศกาลบอลโลกแล้ว สิ่งที่แน่นอนว่าต้องมีนั่นคือ รายชื่อผู้เล่นที่ได้ไปบอลโลก ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่ทำผลงานได้ดีอย่างชัดเจน หรือเป็นสตาร์ดัง ก็มักจะถูกคาดเดาว่าน่าจะได้เล่นฟุตบอลโลก แล้วก็มักจะเป็นไปตามนั้นอย่างไม่มีพลิกโผ แต่ก็มีบางส่วนเช่นกัน ที่ติดเข้ามาอย่างไม่มีใครคาดฝัน อีกทั้งการประกาศรายชื่อ 23 นักเตะล่วงหน้า ก็จะมีอีกหนึ่งปัจจัยแทรกเข้ามานั่นคือ การบาดเจ็บก่อนที่ทัวร์นาเม้นต์จะเริ่มต้นทำให้นักเตะบางราย ต้องถอนตัวออกไป ส่งผลให้นักเตะรายอื่น ติดทัพเข้ามาแทน เรามาดูกันสิว่า มีนักเตะคนไหน ที่บุญหล่นทับรับส้มหล่นได้ติดทีมชาติ ชนิดเซอร์ไพรซ์แม้แต่เจ้าตัวกันบ้าง
ถ้าลองมองย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ฟุตบอลโลกปี 2006 ที่ประเทศเยอรมนี ก็มีทีมที่ทำเซอร์ไพรซ์เป็นไฮไลท์ของงานเลย นั่นคือประเทศอังกฤษ ที่สเวน-โกรัน อีริคสัน กุนซือทีม"สิงโตคำราม" ในขณะนั้น ประกาศเรียก ธีโอ วัลคอตต์ ติดทีมชาติมาด้วย ทั้งๆ ที่ในฤดูกาลก่อนเกมบอลโลก วัลคอตต์ยังไม่เคยลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของอาร์เซน่อลเลยสักครั้ง แถมเอาเขาไป ก็ไม่ได้เรียกเขาลงเล่นรับใช้ทีมชาติสักนัดอีกด้วย
4 ปีผ่านมา เข้าสู่ปี 2010 บอลโลกครั้งปัจจุบัน เริ่มกันที่รายแรก อาเรี่ยล การ์เซ่ เป็นผู้ที่ใครต่อใคร ต่างก็สงสัยว่า เขาคือใคร? เขาก็คือ ปราการหลังจากทีมโคลอนวัย 30 ปีผู้เป็นเด็กปั้นจากทีม ริเวอร์เพลท ซึ่งว่ากันตามตรงแล้ว น้อยคนนักที่จะรู้จัก และทุกคนก็คงต้องพากันสงสัยว่า ทำไมดีเอโก้ มาราโดน่า ถึงเลือกเขามาติดทีมชาติ
การ์เซ่นั้น ในอดีตเคยติดทีมชาติมาก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อปี 2003 และได้ลงเล่นไปทั้งหมด 4 นัดเท่านั้น เป็นการอุ่นเครื่องทั้งหมด จากนั้นก็ถูกตัดชื่อออกจากทีมไป และก็หายไปอย่างยาวนาน จนกระทั่งถูกเรียกมาติดทีมชาติ ในครั้งนี้นี่เอง
ถัดมาที่สเปน อีกหนึ่งทีมเต็งแชมป์ที่อยู่ทวีปยุโรป ทีมนี้จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้เล่นรายใดที่บาดเจ็บต้องถอนตัว แต่แค่การประกาศรายชื่อ ก็สร้างเซอร์ไพรซ์ให้กับแฟนๆ ได้แล้วเมื่อมีชื่อของ บิคตอร์ บัลเดซ ผู้เป็นกำลังหลักให้กับบาร์เซโลน่ามายาวนาน แต่ไม่เคยติดทีมชาติเลย นั่นทำให้ปีนี้ ก็ไม่มีใครคิดว่าเขาจะติดเช่นกัน รวมถึงอีกสองราย ฆาบี มาร์ติเนซ กับ เปโดร โรดริเกซก็เช่นกัน "พวกเขาทำผลงานในฤดูกาลนี้ได้ดี แม้จะได้เป็นแค่ตัวสำรอง แต่ก็น่าจะทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นได้แน่" บิเซนเต้ เดล บอสเก้ เฮดโค้ชกระทิงดุ อธิบายเหตุผลที่เลือกพวกเขาเข้าทีมมา
เรมงด์ โดเมเนค โค้ชผู้คุมฝรั่งเศสได้กระท่อนกระแท่นก็เอากับเขาบ้างเช่นกัน โดยเรียกสองนักเตะผู้ที่ชื่อไม่มีชื่อเสียงมากนักอย่าง มาติเยอ วัลบูเอน่า ของมาร์กเซย์ กับ มาร์ค พลานุส แห่งทีมบอร์กโดซ์ โดยโค้ชโดเมเน็ค ให้ทัศนคติว่า วัลบูเอน่านั้น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมมาร์กเซยคว้าแชมป์ลีกเอิงในปีนี้ไว้ได้
บราวน์ อิเดเย่ ก็คือนักเตะเซอร์ไพรซ์รายล่าสุด โดยเป็นทีม"อินทรีมรกต" เรียกติดทีมเข้ามา โดยบราวน์ มีอายุแค่เพียง 21 ปีเท่านั้น อีกทั้งยังลงเล่นให้กับทีม โซโชซ์ ของลีกเอิง ไปเพียงแค่ 17 นัดทั้งฤดูกาล ซัดไปทั้งหมดแค่ 2 ประตู แต่เขาก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติมาด้วย โดยที่เขาไม่เคยมีประสบการณ์กับทีมชาติชุดใหญ่เลย
ฝากทีมเล็กๆ อย่าง แอลจีเรีย ก็มีกับเขาเหมือนกัน โดยได้เรียกตัว ราอิส เอ็มโบลญี่ โกลทีมสลาเวีย โซเฟียติดทีมชาติชุดใหญ่ โดยเอ็มโบลญี่นั้น ได้โอนสัญชาติมาจากฝรั่งเศส เพื่อมาติดทีมชาติกับทีมแอลจีเรียนี่เอง
ตำแหน่งผู้รักษาประตู นอกจากทีมแอลจีเรียแล้ว แอฟริกาใต้ผู้เป็นเจ้าภาพ ก็ได้ทำการเรียกตัว ชู-อิ๊บ วอลเตอร์ส นายทวารมุสลิม ที่ปัจจุบันอายุ 28 แล้วแต่ก็ไม่เคยติดทีมชาติมาก่อนเลย เข้าร่วมทัวร์นาเม้นต์นี้แทนที่ โรเว่น เฟอร์นันเดซ ที่เป็นมือสามมาก่อนหน้า โดยโค้ชคาร์ลอส อัลเบอร์โต้ แปเรย์ร่า ให้เหตุผลว่า เขาแลดูมีประสบการณ์มากกว่าโรเว่น อีกทั้งโค้ชแปเรย์ร่า ยังได้เรียกซิยาบองก้า นอมเวเธ่ ที่หลุดทีมชาติไปตั้งแต่ปี 2008 กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง
คาร์ลอส เคยรอซ โค้ชทีมโปรตุเกส เรียกตัวดาเนี่ยล เฟร์นานเดส นายด่านผู้โอนสัญชาติมาจากแคนาเดี้ยน มาติดทีมฝอยทองด้วย ทางด้านชิลี ไม่มีใครคาดคิดว่ามาร์เซโล บีเอลซ่า จะเรียกตัว หลุยส์ มาริน มาติดทีมชาติแทนที่จะเป็นตัวเต็งอย่าง คริสโตเฟอร์ โตเซลลี่
ข้ามฝากมายังเอเชีย แฟนๆของทีมชาติญี่ปุ่น ต่างดีใจกันยกใหญ่ที่ โยชิคัทสุ คาวากูชิ โกลวัย 34 ปีของทีมจูบิโล่ อิวาตะ ผู้เป็นกัปตันทีมซามูไร มีชื่อติดทีมเข้ามาอีกครั้ง หลังจากที่มีข่าวออกมาว่าเจ้าตัวอาจจะถูกตัดออกจากทีม ด้วยเหตุผลที่ว่าเขามีอาการบาดเจ็บรบกวน จนไม่สมบูรณ์ ซึ่งโค้ชทาเคชิ โอคาดะ ก็ได้ให้เหตุผลว่า "ทีมเรา ต้องการผู้ที่จุดไฟแห่งความฮึกเหิม อยู่กับทีมด้วย เขาคือคนๆ นั้น คาวากูชิ คือผู้นำของทีมอย่างแท้จริง ทั้งในและนอกสนาม"
คาวากูชิ เป็นผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุดในปัจจุบัน และด้วยวัย 33 ปี มากที่สุดในทีมเช่นกัน นั่นแปลว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เอื้ออำนวยให้เขา ทำหน้าที่เป็นผู้นำของทีม ในบรรดานักเตะด้วยกัน ได้อย่างลงตัว
ส่วนทีมที่มีบรรดาแฟนๆ ชาวไทยชื่นชอบกันเป็นอย่างมากอย่าง ทีมชาติอังกฤษ ปีนี้ก็มีเซอร์ไพรซ์โดยโค้ชฟาบิโอ คาเปลโล่ ได้เกลี้ยกล่อม เจมี่ คาร์รากเกอร์ ผู้เคยประกาศเลิกเล่นทีมชาติไปตั้งแต่ปี 2005 จนใจอ่อนยอมกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง อันเนื่องมาจากการถอนตัวออกไปของ ริโอ เฟอร์ดินาน รวมถึงในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่มีปัญหา เพราะเวย์น บริดจ์ถอนตัวออกไป โค้ชคาเปลโล่ ก็ทำเซอร์ไพรซ์โดยเรียกตัว สตีเฟ่น วอร์น็อค เข้ามาแทน
ทีมแชมป์เก่า บราซิล คุมทีมโดยดุงก้า เรียกตัว กราฟิเต้ มาติดทีมชาติ โดยที่แม้แต่ตัวของกราฟิเต้เอง ก็ยังพูดเลยว่า "เมื่อ 3 เดือนก่อน ผมไม่ได้คิดไม่ได้หวังอะไรเลยว่าจะได้ติดทีมชาติกับเขา"
มิคเคล เบ็คมันน์ เป็นนักเตะที่แฟนๆ เดนมาร์ก ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้เห็นเขาติดทีมชาติชุดปัจจุบัน หลังจากที่เขาเคยติดทีม"โคนม" มาเมื่อปี 2008 และทำผลงานได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ลงเล่นให้ทีมไป 5 นัดก็ถูกถอดออก ฝั่งอเมริกาก็ไม่น้อยหน้า โค้ชบ็อบ แบรดลี่ย์ ทำเซอร์ไพรซ์เรียก รอบบี้ ฟินด์ลี่ย์, เอ็ดสัน บัดเดิ้ล และ เฮอร์คูเลซ โกเมซ 3 นักเตะม้านอกสายตา มาติดทีมชาติกันถ้วนหน้า โดยอาศัยเกณฑ์ในการเรียกตัวที่ว่า ไม่เกี่ยวกับบุญเก่าที่เคยทำ ดูเฉพาะผลงานปัจจุบันเท่านั้น
ริคกี้ เฮอร์เบิร์ต โค้ชทีมนิวซีแลนด์ ก็ใช้เหตุผลเดียวกับโค้ชทีมอเมริกา ในการเรียกตัว อาร่อน แคลปแฮม ผู้คว้ารางวัลนักเตะแห่งปีของนิวซีแลนด์ ผู้ยังไม่เคยมีประสบการณ์กับเกมระดับชาติมาก่อน เข้าร่วมทีมด้วย
แมตแจ๊ซ เก็ก โค้ชสโลเวเนีย, เกราร์โด้ มาร์ติโน่ โค้ชปารากวัย และโจอาชิม โลว์ โค้ชเยอรมนี เป็น 3 โค้ชที่้ทำอะไรเหมือนกันอยู่หนึ่งอย่างนั่นคือ เสี่ยงดึงนักเตะสายเลือดใหม่อย่าง ทิม มาตาฟซ์(สโลเวเนีย), โรโดลโฟ่ กามาร์ร่า(ปารากวัย) และ โฮลเกอร์ บัดสตูเบอร์(เยอรมนี) เข้าร่วมเล่นในทัวร์นาเม้นต์นี้
นอกเหนือจากนี้ หากเรามองดูที่แต่ละทีมแล้ว จะเห็นว่ามีหน้าใหม่ ติดทีมเข้ามาอย่างน้อย 1 คนต่อ 1 ทีมตลอด อย่างเกาหลีเหนือ ก็มีปาค ซุง-ฮยุค, อิตาลีมี เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, เกาหลีใต้มี คิม โบ-คยุง และกรีซมีสองรายด้วยกันคือ ซากีส พริตตาส และ สเตลิออส มาเลซาส
จะเห็นได้ว่า มีนักเตะที่ไม่มีแนวโน้มจะได้ติดทีมชาติ เข้ามามากหน้าหลายตา และก็ไม่แน่ว่า หนึ่งในจำนวนนั้น ก็อาจจะเป็นม้านอกสายตา ที่ทำผลงานกับทีมชาติได้ดีจนผิดหูผิดตา และประกาศศักดาขึ้นมาเป็นนักเตะชั้นเลิศ ในเวทีนี้ก็เป็นได้

