วิเคราะห์บอล
police | 09 / 06 / 2010 14:27



10.ผู้เล่น,โดยเฉพาะผู้รักษาประตูจะมีปัญหากับลูกฟุตบอล

     เวิลด์ คัพ หนนี้ ลูกหนังที่มีชื่อเรียกน่ารักๆว่า"ยาบูลานี่"มีลักษณะพิเศษกว่าลูกฟุตบอลทั่วไป คือความกลม หรือเรียกแบบไทยๆว่า"กลมดิก"เลยล่ะ ซึ่งก็งานเข้าจนได้ แต่ก็จะบอกว่าเป็นเรื่องปกติก็มิผิด ก็คือบรรดาแข้งดัง(ไม่น่าจะหนีพ้นผู้รักษาประตู)ทั้งหลายจะทยอยออกมาวิจารณ์(เป็นปกติ)

     "บอลลูกนี้มันคือฝันร้ายชัดๆ"มาร์คัส ฮาห์นีมาน นายด่านจาก วูล์ฟส์/อเมริกา เจ้าตัวเสริมต่อ"ถ้าคุณยิงบอลมาตรงๆ มันก็จะส่ายเหมือนงูเลื้อย ยิ่งถ้าคุณยิงโค้งมา มันยิ่งหมุนติ้วเลย บอลลูกนี้เดาใจยากจริงๆ ว่าจะมาแบบไหน"

     นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก ย้อนไปเมื่อ 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ พอล โรบินสัน อดีตมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษ ออกโรงวิจารณ์"ทีมไกส์" "ไม่ต่างจากลูกบอลที่เล่นในโปโลน้ำ" จริงๆเขาน่าจะอธิบายให้แคบกว่านี้สักนิด เพราะจะมีสักกี่คนที่เคยเล่นโปโลน้ำ!!

     ในปี 2002 เกาหลี-ญี่ปุ่น เจ้าภาพร่วม ซึ่ง บราซิล ครองแชมป์โลก แต่ก็ยังไม่วาย แขวะไอ้สิ่งไม่มีชีวิตลูกกลมๆ "มันใหญ่เกินไป และ เบาเกินไป" ไกลกว่านั้น 1994 ที่อเมริกา โทนี่ มิโอล่า ผู้รักษาประตูท้องถิ่น วิจารณ์ว่า"นึกว่าเตะบอลพลาสติก"

     รวมทั้งทัวร์นาเมนต์ใหญ่นอกเหนือจากฟุตบอลโลก คือ ยูโร 2004 พวกก๊วนกระทิงดุให้นิยามฟุตบอล"โรติโร่" ว่า "น่าจะเอาไปเตะบอลชายหาด!!"

     แน่นอน เมื่อเวิลด์ คัพ เปิดฉากขึ้น คุณจะเจอเรื่องน่าประหลาดใจ ที่พบว่าทั้ง 32 ทีมกำลังใช้ลูกฟุตบอลใบเดียวทั้งทัวร์นาเมนต์!!!

9. จะต้องมีใครสักคนใช้อวัยวะฟาดใส่หน้าคู่ต่อสู้

     ในปี 1994 เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น คนทั่วโลกที่กำลังนั่งชมผ่านหน้าจอทีวี เหตุการณ์สุดสลดที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นในวงการฟุตบอล เขาคือผู้จัดการทีมเอซี.มิลาน(ปัจจุบันลาออกไปแล้ว) เลโอนาร์โด้ หนึ่งในยอดนักเตะตลอดกาล "แซมบ้า"

     แต่วันนั้นเป็นฝันร้ายของมิดฟิลด์รายนี้ หลังจากเจ้าตัวไปฟาดศอกใส่หน้า แท็บ รามอส นักเตะทีมชาติสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้ดาวเตะมะกันผู้โชคร้าย ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาล นานถึง 3 เดือนครึ่ง!! เลโอนาร์โด้ ตั้งใจหรือไม่? ไม่มีใครรู้ นอกจากตัวเขา แต่สิ่งที่เราได้เห็นมันน่าสยดสยองมาก

     หลังจากนั้นในปี 1998 ดูเหมือนทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดี จนกระทั่งมาถึงเกมระหว่าง อาร์เจนติน่า กับ ฮอลแลนด์ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนที่ เดนนิส เบิร์กแคมป์ จะทำประตูคลาสสิคตลอดกาลลูกหนึ่งในประวัติศาตร์เวิลด์ คัพ เกิดเหตุอาถรรพ์ยังคงอยู่ อาเรียล ออร์เตก้า จอมทัพ"ฟ้าขาว"โดนตะเพิดออกจากสนามฐานเอาโขกใส่กราม เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์

     รวมไปถึงเหตุการณ์ตลกร้าย ในปี 2002 ฮาคาน อุนซาล ดาวเตะตุรกี ยิงบอลไปอัดขา ริวัลโด้ ปีกบราซิล ก่อนที่"นิเชา"จะลงไปนอนกุมหน้าดิ้นเร่าๆ เพิ่งจะรู้ตอนนั้นว่ายิงบอลโดนขา จะกระเทือนขึ้นมาถึงหน้า!!

     และล่าสุดเมื่อ 4 ปีที่แล้ว อเมริกา ยันเสมอ อิตาลี่ ที่เหลือ 10 คน 2-2 หลังจาก เด รอสซี่ ศอกเข้าหน้า ไบรอัน แม็คไบรด์ เดชะบุญ ที่กองหลางสหรัฐ ไม่เป็นอะไรมาก อย่างไรก็ดี "พญาอินทรี"ก็เหลือผู้เล่น 9 ตัวเช่นกัน

     เอาล่ะ!!มาดูกันว่า คราวนี้ใครจะเป็นแพะ? คริสเตียโน่ โรนัลโด้? กาก้า? หรืออาจะเป็นนักเตะ สโลวาเกียน สักคน?

อันดับ 8 ทีมจากแอฟริกาจะคว่ำบรรดาเต็งแชมป์

     เรื่องราวที่สุดประหลาด จะมีใครบ้างกล้าทายว่า เซเนกัล จะเอาชนะ ฝรั่งเศส ในนัดเปิดสนาม ปี 2002 ยิ่งกว่านั้น ความแตกต่างที่ห่างกันราวฟ้ากับเหวก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ยิ่งไม่มีใคกล้าแม้แต่จะคิด

     แต่ที่ช็อกไปกว่านั้นต้องย้อนไปเมื่อปี 1990 มีสักกี่คนในช่วงเวลานั้นจะรู้จัก แคเมอรูนฯ จนกระทั่ง เนรี่ย์ ปัมปิโด จะโหม่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย"ฟ้าขาว" ซึ่งเป็นประตูชัยในท้ายที่สุดนั่นล่ะ จึงเป็นที่มาของ"หมอผี"แคเมอรูน ในเวลาต่อมา

     อีกสักครั้ง ในปี 1998 "อินทรีมรกต"ไนจีเรีย ปราบ"กระทิงดุ"สเปน 3-2 กาน่า หักปากกาเซียน เชือด เช็ก 2-0 นอกเหนือจากทีมจอมพลิกล็อกแห่งกาฬทวีป ก็มี ไอร์แลนด์ ปี 1994 ช็อกโลก อัด อิตาลี่ 1-0 ก่อนที่"อัซซูรี่"จะเป็นรองแชมป์ในบั้นปลาย หรือถ้าใครบางคนอาจจะรวม เกาหลีใต้ ปี 2002 ก็ไม่ผิดนะ(แต่จริงๆก็ไม่สมควร!!)

     น่าสนใจว่าปีนี้ทีมใดหนอจะเป็นแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์!!??   

อันดับ 7 อังกฤษจะตกรอบและโยนแพะให้คนอื่น

     คริส ว็อดเดิ้ล คือต้นตอ! หรือ ดีเอโก้ ซิโมเน่ หรือ ดาริอุส วาสเซลล์ หรือ ผู้ตัดสินนั่นแหละ ที่ไม่ยอมให้ลูกโหม่งของ โซล แคมพ์เบลล์ เป็นประตู หรือ เดวิด แบ็ตตี้ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ฟ้องกรรมการ หรือ แฮนด์ ออฟ ก็อด ของ มาราโดน่า หรือ แกเร็ธ เซาธ์เกต พลาดลูกโทษ หรือ โรนัลดินโญ่ ยิงฟรีคิกเข้าแบบฟลุ๊คๆ แทบไม่มีสักครั้งที่พวกเขาแพ้อย่างแท้จริง!!!

อันดับ 6 สเปนจะตกม้าตาย ไม่ว่าทีมชุดนั้นๆจะดีขนาดไหน

     "หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม"นิยาม ทีมชาติสเปน ทุกยุคทุกสมัย "กระทิงดุ"จะคับคลั่งไปด้วยแข้งระดับโลก ทุกๆทัวร์นาเมนต์ แต่พวกเขามักจะตายน้ำตื้น และเกิดเหตุการณ์เฉิ่มๆตลอด อย่างในปี 1994 ผู้รักษาประตูทำเข้าโกล์ตัวเอง ที่ได้ลุ้นมากที่สุดปี 2002 ก็มาเจอพิษโสม(โกง) ก่อนบอดโทษกลับบ้านไปอย่างเจ็บปวด

อันดับ 5 ฮอลแลนด์จะแพ้ดวลจุดโทษ

     ลืมอังกฤษไปชั่วขณะ..... จนกระทั่งปี 2004 ฮอลแลนด์เหมือนถูกต้องคำสาปในการยิงลูกโทษ, ในปี 1998 พวกเขาพ่ายบราซิล ตกรอบรองชนะเลิศ โรนัลด์ เด บัวร์ และ ฟิลลิป์ โคคู เป็นแพะในกรอบ 12 หลาตามระเบียบ ทั้งนี้"อัศวินสีส้ม"ไม่เคยชนะคู่แข่งในการดวลลูกโทษเลยในเวิลด์ คัพ และมันมีเรื่องที่แย่กว่า โอ้!ยังมีแย่กว่านี้อีกหรอ

     ในยูโร 1992 ฮอลแลนด์ ต้องอกหักตกรอบไปอย่างพลิกความคาดหมาย เนื่องจากโดน เดนมาร์ก ม้มามืดในปีนั้นอัดน็อกต์ในการดวลเป้า 12 หลา มาร์โก แวน บาสเท่น ดวงแตก พลาดเพียงคนเดียว ขณะที่"โคนม"ยิงเข้าหมดทั้งห้าคน

     ไม่หมดเท่านั้น ยูโร 96 คลลาเร็นซ์ ซีดอร์ฟ พลาดเป้า ส่วนคู่แข่งฝรั่งเศส ซีดาน, ยอร์เกฟ, ลิซาราซู, กูเอริน และ บล็องค์ จัดการไม่เหลือ และเมื่อปี 2004 กังหันสีส้ม ก็พ่าย โปรตุเกสเจ้าภาพตกรอบรองชนะเลิศไปอีก โดนลูกซัลโวสุดสวยของ มานิช

     ที่ไม่มีวันลืมก็คือ ในอัมส์เตอร์ดัม อารีน่า ปี 2000 ไม่เพียงแต่จะพลาดลูกโทษ 3 จาก 4 คน จนถูกอิตาลี่เขี่ยตกรอบ แต่ในเวลา 90 นาที พวกเขาก็ยังพลาดลูกโทษถึง 2 ครั้ง ต้องยอมรับว่า นอกจากอังกฤษแล้วก็มี ฮอลแลนด์ อีกทีมที่เห็นการยิงจุดโทษเป็นของแสลง และปีนี้ล่ะ?

อันดับ 4 จะมีดาวยิงนอกสายตาก้าวเข้ามาเป็นดาวซัลโว

     รู้สึกจะมีแค่ปี 2002 เท่านั้น ที่ตัวเต็งดาวซัลโวก่อนเวิลด์ คัพจะเริ่มอย่าง โรนัลโด้(เหยิน) จะได้รับรางวัลรองเท้าทองคำ ซึ่งปีนั้น มิโรสลาฟ โคลเซ่ ดาวรุ่งทีมชาติเยอรมันพุ่งขึ้นมาเบียดกับโล้นทองคำ ก่อนที่ โรนัลโด้ จะมาเข้าวินยิงแซง ในนัดชิงชนะเลิศ ที่บราซิล กับ เยอรมัน พบกันเอง

     และถ้าย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว 2006 โคลเซ่ ยังรักษามาตราฐานเดิม ทั้งที่ก่อนทัวร์นาเมนต์ไม่มีใครเชื่อน้ำยา เจ้าเวหาซัดไป 5 เหนือกว่าตัวเต็งทั้ง ตอร์เรส, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เวย์น รูนี่ย์, เฮร์นาน เครสโป และ โรนัลโด้(เหยิน)

     นานกว่านั้นในปี 1998 ดาวอร์ ซูเคอร์ ซัดไป 6 พาทีมม้ามืดอย่าง โครเอเชีย คว้าอันดับ 3 ไปอย่างช็อกโลก ในปี 1994 มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นมากมาย โอเล็ก ซาเลนโก้ เหมาคนเดียว 5 ลูก ในเกมถล่ม แคเมอรูน รอบแรก และอีกหนึ่งลูกโทษกับ สวีเดน รวมเป็น 6 ประตู ทั้งที่เจ้าตัวเพิ่งติดทีมชาติ 6 ครั้งเท่านั้น ก็คว้าดาวซัลโวทัวร์นาเมนต์ ตั้งแต่ยังไม่จบรอบแรกซะแล้ว ซึ่งน่าสนใจว่า ครั้งนี้ใครจะเป็นม้ามืดทะลุขึ้นมาเป็นดาวยิงอีก

อันดับ 3 จะมีประตูแห่งความทรงจำเกิดขึ้น

     ในปี 1986 ประตูแห่งความทรงจำ ดีเอโก้ มาราโดน่า เลี้ยงบอลหลบผู้เล่นอังกฤษ 5-6 คน ก่อนที่จะแตะหลบ ปีเตอร์ ชิลตั้น นายด่านสุดท้าย และสไลด์ตัวยิงบอลเข้าประตูไปอย่างเหลือเชื่อ

     1990 โรแบร์โต้ บาจโจ้เล่นหนึ่งสอง กับเพื่อนร่วมทีม จากกลางสนาม ก่อนจะโซโล่เดี่ยว เข้าไปหลอกผู้รักษาประตู ปั่นเสียบมุมไปอย่างหมดจด

     1994 อีกหนึ่งประตูแห่งประวัติศาสตร์ของ เพลย์เมคเกอร์"เศรษฐีน้ำมัน"ซาอุดิอาระเบีย อัล โอเวย์ราน ลากบอลจากแดนตัวเองราว 70 หลา ก่อนจะชิพข้ามผู้รักษาประตู เบลเยี่ยม เข้าไปอย่างยิ่งใหญ่ ว่ากันว่าลูกนี้สวยงามไม่แพ้ มาราโดน่า ปี 86 เลยทีเดียว

     1998 "เบบี้ โกล์"ไมเคิ่ล โอเว่น ประกาศศักดาให้โลกได้รับรู้ ด้วยการ รับบอลจาก เบ็คแฮม ก่อนใช้ความเร็วกระชากจากกลางสนามตามสไตล์ หลบโฮเซ่ ชาม็อต และ โรแบร์โต้ อยาล่า ก่อนที่ จะซัดแสกหน้า คาร์ลอส โรอา เข้าไปอย่างตะลึงทั้งสนาม เพราะ โอเว่น แค่ 18 ปีในช่วงเวลานั้น

     ขณะที่ 2002 ดาริโอ โรดิเกซ แบ็กซ้าย อุรุกวัย ได้รับบอลจากลูกเคลียร์ออกมาจากกองหลัง เดนมาร์ก หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่จะวอลเลย์สวนตูมเดียวหายเข้าสามเหลี่ยม

     และล่าสุดปี 2006 มักซี่ โรดิเกซ ปีกทีมชาติอาร์เจนติน่า ยิงลูกวอลเล่ย์ ที่ถูกยกให้สมบูรณ์แบบที่สุด ตุงตาข่าย เม็กซิโก แบบสุดคลาสสิค 

อันดับ 2 ความผิดพลาดของกรรมการ

     มันเป็นปัญหาซ้ำซาก ถ้าพูดถึงการฟาล์วในฟุตบอลโลก แต่ถ้าอิงตามหลักความจริงแล้ว ใบเหลืองหรือใบแดงในเวที ฟุตบอลโลก จะปลิวว่อน มากที่สุดถ้าเทียบกับฟุตบอลในทัวร์นาเมนต์อื่นๆ แต่ในเวิลด์ คัพ บางครั้งผู้ตัดสินก็ทำตัวกร่างเกินจริงจนเป็นที่มาของความผิดพลาด

     ในปี 2006 มี 2 ผู้ตัดสินที่โดนเพ่งเล็งว่าอ่อนหัดมากที่สุด มิสเตอร์ อิวานอฟ จากรัสเซียถูกส่งกลับบ้านพร้อมเสียงก่นด่า เมื่อทำเรื่องน่าอายแจกไป 16 ใบเหลือง กับอีก 4 ใบแดง ในรอบ 16 ทีม ระหว่าง โปรตุเกส กับ ฮอลแลนด์

     และ มิสเตอร์ ลาร์ริออนด้า ถูกวิจารณ์อย่างมาก ในปี 2006 ก่อนหน้าไล่ เด รอสซี่ ออกจากสนามหลังไปศอกใส่ แม็คไบรด์ ซึ่งตรงนี้ตัดสินได้ถูกต้อง แต่กลับไปแก้ตัวให้ใบแดงนักเตะอเมริกัน มาสโตรเอนี่ กับ โป๊ป เหลือ 9 คนซะงั้น พอจบเกมก็โดนสวดยับตามระเบียบ อ่อ! อย่าลืมนับกรรมการบางคนที่ตัดสินไม่เป่าให้อังกฤษได้ประตู หรือ ไล่นักเตะอังกฤษออกด้วยนะ!!!

อันดับ 1 น้ำตาแห่งเกมฟุตบอล



     ฟุตบอลเป็นกีฬาที่สร้างความอ่อนไหวให้กับมนุษย์ชาติ สามารถดึงความรู้สึกมาฝั้งลึกภายในจิตใจได้มากที่สุดในโลกกีฬาชนิดหนึ่ง มันสามารถเรียกน้ำตาจากความเสียใจ เหมือนอย่าง พอล แกสคอยน์ ได้รับใบเหลืองในรอบรองปี 1990(ถ้าเข้าชิงจะหมดสิทธิ์เล่น)"ไอ้อ้วน"ถึงกับปล่อยโห่ระหว่างเกม หรือแม้กระทั่งน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ หลังจาก บราซิล คว้าแชมป์โลกในปี 1994 หรือน้ำแห่งความโกรธ ทีมชาติโปรตุเกสปี 2002 เสียจุดโทษ ซึ่งหลังจาก ซีดาน ยิงเข้าไป ขุนพล"ฝอยทอง"ปล่อยโฮกันทั้งทีม

     และเมื่อบรรดาผู้เล่นมีน้ำตา มันก็พาเรียกหยดน้ำตาจากแฟนบอลออกมาด้วยเช่นกัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ มันล้วนแต่เป็นน้ำตาแห่งความสวยงามที่มีต่อกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่เรียกว่า"ฟุตบอล"และไม่มีมหกรรมไหนจะสวยงามได้เท่ากับ เวิลด์ คัพ อีกแล้ว

ทีเด็ดเซียนหมู, วิเคราะห์บอล, โปรแกรมบอล

สมาชิกโปรดล็อกอินก่อนร่วมแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรกสิคะ