
ถึงแม้ว่า อาร์เน่ เฟรดิช มีส่วนร่วมกับทีมชาติเยอรมันเพียงแค่ 4 เกมเท่านั้น ระหว่างทำศึกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกแอฟริกาใต้ 2010 โซนยุโรป กระนั้น แบ็กขวาจอมเก๋าก็ยังเป็นที่รักของบรรดาแฟนๆเมืองใส้กรอก แบ็คแข้งหนักเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆในแผนการทำทีมของ โยกี้ เลิฟ
นอกจากนี้ ดาวเตะหน้าเข้มได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม ในแมทช์อุ่นเครื่องที่เปิดบ้านถล่ม มอลตา 3-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือว่าเจ้าตัวแบกรับหน้าที่ผู้นำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยามขาดกัปตันตัวจริงอย่าง มิชาเอล บัลลัค
"โยกี้(เลิฟ)ติดตามผลงานผมอยู่ตลอด และรู้ดีว่าฟอร์มของผมเป็นอย่างไร ซึ่งผมคิดว่า เขาไว้ใจในบทบาทของผมพอสมควร"ปราการหลังรูปหล่อกล่าวผ่านบทสัมภาษณ์ของfifa.com "จริงๆผมติดทีมชาติมานานมาก" ทั้งนี้เจ้าของส่วนสูง 185 ซ.ม. มีสถิติรับใช้ชาติเป็นรองแค่ มิชาเอล บัลลัค(98 นัด), บาสเตียน ชไวน์สไตน์เกอร์(73 นัด), และ ลูคัส โพดอสกี้(71 ครั้ง) ส่วน เฟรดิช ตามมาที่ 70 ครั้ง
จุดเปลี่ยนในฤดูกาลที่ผ่านมา
กัปตัน แฮร์ธ่า เบอร์ลิน มีช่วงเวาที่ย่ำแย่ในซีซั่นที่เพิ่งจบลงไป เนื่องจากต้นสังกัดอันเป็นที่รักต้องกระเด็นตกชั้นไปเล่น ลีกา 2 อย่างเจ็บปวด เฟดริชเผยว่า "มันมี 2-3 เหตุผลที่เข้ามากระทบกับทีมเราจนแตกเป็นเสี่ยงๆ มันสายเกินไปถ้าหากจะมาพูดกันตอนนี้ เราโชคร้าย ที่ไม่อาจจะหันหัวเรือกลับมาได้อีก"
ในหัวของ เฟดริช มีอย่างเดียวในตอนนี้ ก็คือมีสมาธิกับศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้กลางเดือนหน้าที่จะถึง เขากล่าว"การคว้าแชมป์มันคงจะเป็นความฝันอันแสนหวาน แต่แน่นอนว่าเราไม่ใช่ตัวเต็งในสายตาของสื่อ"
ก่อนจะเสริมว่า"ผมต้องการจะเป็นศูนย์กลางของทีม พร้อมกับก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ถ้ามันเป็นไปได้ และอยากจะมีส่วนร่วมกับทีมในทุกๆครั้งที่เยอรมันลงสนาม" กองหลังจอมแกร่งยังพูดถึงตำแหน่งที่อาจได้รับหน้าที่ประจำการ"ผมคิดว่าโค้ชอาจจะจับผมยืนเป็นปราการหลังตัวกลาง"
ก้าวแรกถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการคว้าแชมป์โลก, พวกเขาจำเป็นต้องผ่านด่านในรอบแบ่งกลุ่มให้ได้เสียก่อน ซึ่งอาจไม่ใช่งานยากเกินความสามารถ แต่ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน "เราจะต้องชนะ" เฟดริชกร้าว เซอร์เบีย, กาน่า และ ออสเตรเลีย คือคู่แข่ง"อินทรีเหล็ก"ในรอบแรก ทั้งนี้กัปตันแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ออกมาให้ความเห็นว่า"ผมคิดว่า เซอร์เบีย น่ากลัวที่สุด ส่วน กาน่า ก็อันตรายเช่นกัน"
ดังนั้นเกมที่สองกองทัพ"เมอร์เซเดส"จะพบกับยอดทีมจากคาบสมุทรบอลข่าน(เซอร์เบีย) ถือว่ามีจุดน่าสนใจหลายอย่าง ไม่ใช่แค่เกมวัดทีมว่าใดจะเข้ารอบเท่านั้น ยังเป็นการเผชิญหน้าระหว่าง เฟดริช กับ กอจโก้ กาคาร์ ซึ่งเป็นเพื่อนซี้ในทีม"หญิงชรา"แฮรธ่า อีกด้วย "เราเตรียมมุกมาเผากันเรียบร้อย"ดาวเตะเมืองเบียร์กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ
การทำประตูในนามทีมชาติ
ด้วยอายุ 30 ปี กับสถิติลงสนามรับใช้ชาติสูงอยู่อันดับต้นๆ แต่เขากลับไม่เคยยิงประตูให้ทีมได้เลยแม้แต่ลูกเดียว ทั้งๆที่เดินทางมาถึงช่วงปลายของอาชีพค้าแข้ง "ผมไม่สนใจหรอก" เฟดริช ตอบแบบชิวๆ
มองย้อนกลับไปในนามทีมชาติทั้งหมด 70 ครั้งของแบ็คขวาเท้าหนัก ซึ่งได้พูดถึงเกมที่ประทับใจมากที่สุด"โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบเกมที่เราพบกับ อาร์เจนติน่า รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่โอลิมปิกสตาดิโอน ในเบอร์ลิน เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งเกมนั้นบรรยากาศรอบๆมันสุดยอดมาก และเราก็ผ่านพวกเขาไปได้ ผมไม่เคยลืมในจังหวะที่ เยห์นส์ เลห์มาน เซฟลูกโทษสำคัญครั้งนั้น"
เลห์มาน ยึดมือหนึ่ง"อินทรีเหล็ก"มายาวนาน ก่อนที่ เรเน่ อ๊าดเลอร์ มือกาว เลเวอร์คูเซ่น มารับไม้ต่อ แต่น่าเสียดาย จอมหนึบ"ห้างขายยา"เกิดเจ็บหนักก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม ทำให้ต้องถอนตัวออกไป "ผมได้คุยกับ เรเน่ ไปแล้ว เขารู้สึกผิดหวังจริงๆ แต่เขายังหนุ่มแน่น เส้นทางในทีมชาติของเขายังเหลืออีกยาวไกล" เฟดริชกล่าว

