วิเคราะห์บอล
police | 25 / 10 / 2009 19:17
team Adivisionteam B

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 



 
ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ลิเวอร์พูล (8) -VS- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (1)............... ( 21.00 น.)

สนาม : แอนฟิลด์ 

ราคาบอล : เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

การพบกันล่าสุด
14-03-09 แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ ลิเวอร์พูล 1-4
13-09-08 ลิเวอร์พูล ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1
23-03-08 แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ ลิเวอร์พูล 3-0
16-12-07 ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2
03-03-07 ลิเวอร์พุล แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม
ลิเวอร์พูล
21/10/09 แพ้ โอลิมปิก ลียง 1-2 เหย้า พรีเมียร์ลีก
17/10/09 แพ้ ซันเดอร์แลนด์ 0-1 เยือน พรีเมียร์ลีก
04/10/09 แพ้ เชลซี  0-2 เยือน พรีเมียร์ลีก
30/09/09 แพ้ ฟิออเรนติน่า 0-2 เยือน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
26/09/09 ชนะ ฮัลล์ ซิตี้  6-1 เหย้า พรีเมียร์ลีก


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
21/10/09 ชนะ ซีเอสเคเอ มอสโกว์ 1-0 เยือน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
17/10/09 ชนะ โบลตัน 2-1 เหย้า พรีเมียร์ลีก
03/10/09 เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 2-2 เหย้า พรีเมียร์ลีก
01/10/09 ชนะ โวล์ฟบวร์ก 2-1 เหย้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
26/09/09 ชนะ สโต๊ค ซิตี้  2-0 เยือน พรีเมียร์ลีก


โหมโรง

     เป็นเกมที่เฝ้ารอคอยของบรรดา"เดอะ ค็อป"เมื่อ ลิเวอร์พุล จะเปิดแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของ"ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริตลอดกาล หลังจากล่าสุดในเกมยุโรป "หงส์แดง"เปิดบ้านพ่าย โอลิมปิก ลียง 1-2 เท่ากับว่าการเสียท่าครั้งนี้ สร้างความอับอายขายหน้าให้บรรดาแฟนหงส์ทั่วโลก นอกจากเป็นการพ่ายแพ้ 4 เกมติดต่อกันเป็นแล้ว ยังทำสถิติย่ำแย่ที่สุดในรอบ 22 ปีของประวัติศาสตร์สโมสรอีกด้วย และถ้าหากเกิดเพลี่ยงพล้ำในศึกแดงเดือดครั้งนี้ขึ้นมา ก็หมายความว่า เก้าอี้ของ ราฟาเอล เบนิเตซ ตัวนี้ร้อนเป็นไฟยิ่งกว่าในนรกแน่ แต่ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้น ก็คืออาการบาดเจ็บของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันไดนาโม ที่คาดว่าไม่น่าจะฟิตทันลงเล่นเกมนี้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บโคนขาหนีบกำเริบ ทั้งที่เพิ่งเล่นไปได้แค่ 25 นาทีในเกมยุโรปเมื่อกลางสัปดาห์ นับเป็นข่าวร้ายของบรรดา"เดอะ ค็อป"ที่ไม่อยากได้ยินเลยทีเดียว


     ถึงแม้ว่า แบ็กขวาจอมเก๋าทีมชาติอังกฤษ แกรี่ เนวิลล์ จะออกมาตัดบทว่าวันนี้ไม่ใช่เกมแห่งการแก้แค้นแต่อย่างใด เพราะ ยูไนเต็ด จะต้องมุ่งสมาธิอยู่กับเกมของตัวเอง เพื่อเก็บชัยชนะให้ได้ในท้ายที่สุดมากกว่า หลังทีมของเจ้าตัวเคยถูกอริอย่าง"หงส์แดง"บุกไปถล่มถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวไม่สู้ดีนักมาจากรั้ว"ผีแดง"เมื่อ เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงหมายเลขหนึ่งของทีม อาจจะหายไม่ทันอาการเจ็บน่อง ซึ่งจุดนี้ทำให้เขาพลาด เกมกับ ทีมชาติอังกฤษ ในศึกคัดบอลโลก และ เกมกับต้นสังกัด 2 เกมหลังสุด อย่างไรก็ตาม รูนี่ย์ เคยประกาศออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ตัวเขามีสิทธิ์พลาดลงเล่นบิ๊กแมทช์นัดนี้ เพราะจะตรงกับวันที่แฟนสาวของเขาคลอดลูกพอดี ทั้งนี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก ก็ยังทำผลงานได้ดียามปราศจาก ดาวยิงร่างตัน ด้วยการเปิดบ้านเชือด โบลตัน 2-1 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ตามด้วย บุกไปตบ ซีเอสเคเอ มอสโกว์ ถึงรัสเซีย 1-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา 

     นอกจากจะเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีแล้วของทั้ง 2 ทีมแล้ว ยังเป็นการเดิมพันไปเลยว่า เมือถึงบั้นปลายแล้วบทสรุปจะเป็นอย่างไร เพราะถ้าหาก แมนฯยูไนเต็ด บุกมาคว้า 3 แต้ม ก้จะทำให้ความห่างของคะแนนหนีไปเป็น 10 แต้ม ก็เท่ากับทำลายความฝันที่จะคว้าแชมป์ของลิเวอร์พูลไปในตัว แต่ถ้า ลิเวอร์พูล เกิดเข้าฟอร์ม พลิกชนะขึ้นมา ก็จะเหลือความห่างแค่ 4 ซึ่งก็จะทำให้โอกาสทุกอย่างเปิดกว้าง และอาจจุดเปลี่ยนของทีมดังแห่ง เมอร์ซี่ไซด์ ได้เลย

สภาพความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

ลิเวอร์พูล

     ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือของทีมกดดันหนักแล้ว ยังมีข่าววงในเพิ่มเติมเข้ามาว่า ในเกมแดงเดือดนี้ จะไม่มี สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมคนเก่งค่อนข้างแน่ ภายหลังเจ้าตัวฟิตไม่ทันที่จะลงคุมทัพในเกมนี้ได้ ขณะที่ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ดาวยิงหมายเลขหนึ่งของทีม ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขา ก็ยังต้องลุ้นหนัก แต่เชื่อว่า เบนิเตซ น่าจะเข็นดาวเตะรายนี้ลงล่าตาข่าย รวมถึง เกล็น จอห์นสัน แบ็กขวาอีกราย ที่พลาดเกมยุโรปกลางสัปดาห์แบบนาทีสุดท้าย เพราะเจ็บขาหนีบ แต่ก็น่าจะฟิตทันลงบู๊กับ ปิศาจแดง ได้แน่นอน และกองกลางตัวความหวังทีมชาติอิตาลี อัลแบร์โต้ อควินลานี่ ที่คว้าตัวมาในช่วงซัมเมอร์ แต่น่าเสียดายที่เขาหายเจ็บช้าเกินไป อีกทั้งเพิ่งลงเล่นให้ทีมสำรองไปแค่ 15 นาที จึงไม่น่าจะผ่านความฟิตพอที่จะลงเล่น อีกหนึ่งนักเตะที่ดึงตัวมาในช่วงซัมเมอร์ โซติรอส คิริกิคอส ก็ดันมาเจ็บที่หัวเข่า ขณะที่ ทีมชาติ กรีซ ของเขากำลังจะทำศึกเพลย์ออฟ สำคัญในเดือนหน้า  

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

     เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของ"ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรอเช็กสภาพ เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าร่างตัน ว่าจะฟิตทันลงเล่นเกมนี้ได้หรือไม่ แต่ข่าววงในแว่วมาว่า ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ น่าจะหมดสิทธิ์ลงช่วยทีมอย่างแน่นอน ก็หมายความว่า ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตดาวซัลโว ในถิ่นแอนฟิลด์ ก็จะได้โอกาสลงเผชิญหน้ากับทีมเก่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ หัวใจในแดนกลาง มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ลงเล่นไม่ได้เช่นกัน รวมถึง ปาร์ค จี ซุง หนุ่มตี๋ ทีมชาติเกาหลีใต้ ก็ได้แต่นั่งเชียร์เพื่อนอยู่ข้างสนาม เพราะยังไม่หายเจ็บเข่า แผงหลัง เนมานย่า วิดิช กลับมาจับคู่กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อีกครั้ง หลังเจ้าตัวพลาดลงสนามในเกมลีกกับ โบลตัน เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ก็ลงมาได้ในเกมกับ ซีเอสเคเอ มอสโกว์ เมื่อกลางสัปดาห์ในที่สุด

สถิติที่พบกันของทั้ง 2 ทีม

ลีก  :   ลิเวอร์พูล  ชนะ  51   เสมอ   43   แมนฯ ยูไนเต็ด   ชนะ  58

เอฟเอ คัพ  :  ลิเวอร์พูล   ชนะ   3   เสมอ   4   แมนฯ ยูไนเต็ด   ชนะ   5

ลีก คัพ   :   ลิเวอร์พูล   ชนะ   3   เสมอ   0     แมนฯ ยูไนเต็ด   ชนะ   1

อื่นๆ   :   ลิเวอร์พูล   ชนะ   2   เสมอ   3     แมนฯ ยูไนเต็ด   ชนะ   1

รวม   :   ลิเวอร์พูล   ชนะ   59   เสมอ   50   แมนฯ ยูไนเต็ด   ชนะ  66


วาทะก่อนเกม

ฮาเบียร์ มาสเคราโน่ (กองกลาง, ลิเวอร์พูล)


     "เราจะต้องไม่คิดถึงอดีต เราจะต้องเอาชนะพวก ยูไนเต็ด เพื่อตัวเรา, แฟนของพวกเรา และ เพื่อทีม เราจะต้องฝ่าฝันไปด้วยกัน เรามีเกมสุดสำคัญกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะฉะนั้นเราจะต้องหยุดคิดถึงวันที่เลวร้ายกับ ลียง ถ้าเราเอาชนะพวกเขาได้ จากนั้นความเชื่อมั่นของพวกเราจะกลับมาอีกครั้ง มันเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องดึงออกมา เราเคยเอาชนะพวกเขามาแล้วทั้งไปและกลับเมื่อปีก่อน ซึ่งก็หวังว่าเราจะทำได้อีกครั้งในวันนี้ จริงอยู่ว่าเรากำลังอยู่ในสถาการณ์ที่ยากลำบาก เราแพ้ 4 เกมติด แต่ต้องไม่ลืมว่า เราเคยทำได้เยี่ยมเมื่อฤดูกาลก่อน เราต้องรีดฟอร์มเก่งแบบนั้นออกมา พวกเราทุกคนเชื่อมั่นตลอดเวลาว่าจะสามารถกลับมาได้"

อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (ผู้จัดการทีม, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)



     "ผมจะไม่มีวันลืมเกมนั้น ผมไม่รู้ถ้าพวกเขาบันทึกมันใส่ สมุดหน้าประวัติศาสตร์ มันจะเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมของผม"

นักเตะที่น่าจับตามอง

เฟอร์นานโด ตอร์เรส ; ลิเวอร์พูล



     จะเป็นใครอื่นไปเสียมิได้ในชั่วโมงนี้ ยิ่งทีมต้องลงเล่นโดยปราศจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไปด้วยแล้ว "เอล นินโญ่" จะกลายเป็นความหวังสูงสุดของทีมในวันนี้ และทิศทางของทีมในวันนี้จะเป็นอย่างไร ดาวยิงทีมชาติสเปนจะเป็นตัวตัดสินได้เลย

ไมเคิ่ล โอเว่น ; แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


     ทุกสายตาในแอนฟิลด์จะจับจ้องไปที่ โอเว่น อย่างเป็นอื่นเสียมิได้ นอกจากเสียงโห่ ที่จะถาโถมเข้าใส่เป็นพายุ สิ่งที่น่าสนใจในตัวอดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษ ก็คือ ปฏิกิริยาของแฟนบอลที่มีต่อเขา มากกว่าฟอร์มการเล่นในสนามของเขาเสียอีก


รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม

          ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : โฆเซ่ มานูเอล เรน่า ; เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เจมี่ คาร์ราเกอร์, เอมิเลโน่ อินซัว  ; ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ , ลูคัส เลยว่า ; เดิร์ค เค้าท์ , ยอสซี่ เบนายูน , ฟาบิโอ ออเลริโอ, เฟอร์นานโด ตอร์เรส

 

     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-4-2) : เอ็ดวิน ฟานเดอร์ ซาร์ ; จอห์น โอเช , ริโอ เฟอร์ดินานด์ , เนมานย่า วิดิช , ปาทริซ เอวร่า ; ไรอัน กิ๊กส์ , พอล สโคลล์ , อันแดร์สัน , อันโตนิโอ วาเลนเซีย ; ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ , ไมเคิ่ล โอเว่น

police วิเคราะห์ / ฟันธง

     เป็นเกมที่มีการเดิมพันสูงเหลือเกิน โดยเฉพาะกับ ราฟาเอล เบนิเตซ ซึ่งถ้าพลาดให้กับ "ผีแดง" ในเกมนี้ ก็น่าติดตามเหลือเกินว่า อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป สภาพทีมของทั้ง 2 ฝั่ง ก็จะขาดนักเตะตัวหลักไปหลายคน รูปเกมอาจจะไม่เดือดอย่างที่คิด เพราะต่างฝ่ายต่างต้องรัดกุมเอาไว้ก่อน แต่ทีมเยือนมีสภาพจิตใจที่ดีกว่าแน่ ความกดดันก็น้อยกว่า แพ้ก็ไม่เสียหาย จึงทำให้เล่นตามเกมของตัวเองได้ง่าย ดังนั้นถ้าเจ้าถิ่นออกแนวลนลาน ก็อาจเสร็จได้เลย แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แมนฯยูไนเต็ด จะไม่มี ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ซึ่งมองว่าดาวเตะรายนี้จะเป็นกุญแจสำคัญ และเป็นตัวอันตรายที่จะสร้งความหนักใจกับ"หงส์แดง"ได้มากที่สุด แต่เมื่อไม่มีเขา จะทำให้เกมกลางสนามของ ลิเวอร์พูล เล่นง่ายขึ้น และน่าจะสร้างเกมรุกได้อย่างไหลลื่น และจุดนี้อาจจะทำให้ เฟอร์กี้ ออกมาคร่ำครวญในภายหลังได้ว่า "ที่เราแพ้ เพราะไม่มี เฟล็ทเชอร์" 

     ทีมแห่ง เมอร์ซี่ไซด์ มักจะกลับมาได้เสมอ ในยามที่เขาถูกสบประมาทว่าจะไม่รอด และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งบททดสอบ ว่าจะทำได้อย่างนั้นจริงหรือไม่ ถ้าแฟนๆในแอนฟิลด์ ช่วยกันส่งเสียงเชียร์กันกึกก้อง และด้วยสภาพทีมที่ไม่ได้เป็นรองถ้าวัดกันตัวต่อตัว ก็มีเพียงแค่สภาพจิตใจเท่านั้นที่ยังเป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ อยู่ที่ ราฟา แล้วว่าจะกระตุ้นกำลังใจผู้เล่นออกมาได้ดีแค่ไหน ถ้าเรียกฟอร์มเก่งได้แบบช่วง 4-5 นัดแรกของฤดูกาล ก็ได้ลุ้นกันยาวๆเลย ดูแมนฯยูไนเต็ดเก็บชัยจากหลายๆเกมที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ว่าเล่นเด่นอะไร เพียงแต่พวกเขาจบสกอร์ได้ และเบียดคู่ต่อสู้แบบหืดจับตลอด

     ยังมองลึกๆว่า ลิเวอร์พูล ไม่น่าจะแย่ถึงขนาดแพ้ 5 เกมติดต่อกัน และไม่เชื่อว่าพวกเขาจะหมดลุ้นแชมป์ตั้งแต่นัดที่ 10 ของฤดูกาล อีกทั้ง ปีที่แล้ว"หงส์แดง"ก็สามารถอัดผู้มาเยือน ได้แบบไปกลับ น่าจะสร้งแรงกระตุ้นให้กับพวกเขาสู้แบบลืมตาย และถ้าเป็นไปตามนั้น เชื่อว่าทีมขวัญใจ"เดอะ ค็อป"จะสามารถพลิกตัวเองเก็บ 3 คะแนนสำคัญที่สุดในซีซั่นไปได้..........................อยู่ ลิเวอร์พูล      


ผลบอลที่คาด : หงส์แดง คืนฟอร์มเชือด 2-1

 

ทีเด็ดเซียนหมู, วิเคราะห์บอล, โปรแกรมบอล

สมาชิกโปรดล็อกอินก่อนร่วมแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรกสิคะ