


@ บาร์เซโลน่า และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะพบกันที่สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก้ กรุงโรม ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2008/09 ซึ่งจะเป็นการเขียนต่อเติมประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของพวกเขาให้ยาวยิ่งขึ้นออกไปอีก และจะเป็นการล่าแชมป์ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่สูงสุดของเกมฟุตบอลในทวีปยุโรปอีกด้วย@ ในกรณีที่ บาร์เซโลน่า ชนะ พวกเขาจะคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 3 ของประวัติศาสตร์สโมสร และ โฆเซป กวาร์ดิโอล่า ก็จะถูกบันทึกไว้ว่า เป็นคนที่ครองถ้วยใบโตใบนี้ ทั้งในฐานะของผู้เล่น และผู้จัดการทีม อีกด้วย
@ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาไม่พ่ายแพ้ให้กับใครในรายการนี้มา 25 เกมติดต่อกันแล้ว และในกรณีที่พวกเขาสามารถคว้าชัยชนะได้ในเกมนี้ นี่จะเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของพวกเขา และจะเป็นทีมแรกด้วย ที่สามารถป้องกัน แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เอาไว้ได้
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะทำสถิติเทียบเท่า "อังเคิ่ล บ็อบ" กุนซือระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล ถ้าพาทีมชนะในเกมนี้@ ในกรณีที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ อีกเช่นกัน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็จะมีสถิติเทียบเท่ากับ บ็อบ เพียสลี่ย์ กุนซือระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นคนที่พาทีมคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์รายนี้ เคยนำ "ปีศาจแดง" คว้าแชมป์มาแล้วในปี 1999 และ 2008
@ ในเกมนี้จะเป็นการพบกันของ 2 ผู้เล่นที่โด่งดังที่สุดในโลก ณ เวลานี้ นั่นคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิโอเนล เมสซี่ จาก บาร์เซโลน่า ซึ่งทั้งคู่คว้าอันดับ 1 และ 2 ของผู้เล่นยอดเยี่ยมฟี่ฟ่าเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แถมยังเป็นดาวซัลโวของรายการนี้เมื่อปีก่อน และในขณะนี้อีกด้วย
@ บาร์เซโลน่า กำลังตามล่าหาแชมป์สมัยที่ 3 ในรายการนี้ของพวกเขาอยู่ และนี่จะเป็นการเข้าชิงครั้งที่ 6 ของพวกเขาเช่นเดียวกันด้วย ส่วนผลการแข่งขันรอบชิง ฯ 5 ครั้งที่ผ่านมานั้น มีดังต่อไปนี้
1960/61 แพ้ เบนฟิก้า 2-3
1985/86 เสมอ สเตอัว บูคาเรสต์ 0-0 (แพ้จุดโทษ 0-2)
1991/92 ชนะ ซามพ์โดเรีย 1-0
1993/94 แพ้ เอซี มิลาน 0-4
2005/06 ชนะ อาร์เซน่อล 2-1@ สโมสรจากแคว้นคาตาลัน คว้าตั๋วมาสู่กรุงโรมได้ ต้องขอขอบคุณประตูอันล้ำค่าของ อันเดรส อิเนียสต้า ที่ตีเสมอให้ทีมได้ในนาทีที่ 93 ของเกมรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ที่ แสตมฟอร์ด บริดจ์ โดยพวกเขาผ่าน เชลซี มาได้ด้วยกฎประตูทีมเยือน (0-0 เกมเหย้า , 1-1 เกมเยือน) และสำหรับรอบก่อนหน้านี้นั้น พวกเขาผ่าน บาเบิร์น มิวนิค จากเยอรมัน ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย (4-0 เกมเหย้า , 1-1 เกมเยือน) รวมไปถึง โอลิมปิก ลียง จากฝรั่งเศส ในรอบ 16 ทีมด้วย (1-1 เกมเยือน , 5-2 เกมเหย้า) ส่วนรอบแบ่งกลุ่มนั้น พวกเขาผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์ของกลุ่มซี ด้วยสถิติ ชนะ 4 เสมอ 1 และ แพ้ 1
@ บาร์เซโลน่า ทำประตูคู่แข่งไปแล้ว 30 ลูก จาก 12 นัดที่ผ่านมา ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 ประตูต่อเกม โดยตัวเลขนี้ ไม่เคยมีสโมสรไหนทำได้มาก่อน นับตั้งแต่ปี 1998/99 ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ในฤดูกาลนั้นที่ 27 ประตู ใน 10 นัด ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.7 ประตูต่อเกมด้วยกัน
@ บาร์เซโลน่า หวังว่า การเปรียบเทียบกับปี 1999 จะไม่จบลงที่นี่ ซึ่งหลังจากพวกเขาคว้าแชมป์ โคปา เดล เรย์ และ ลา ลีกา สเปน มาได้เรียบร้อยแล้ว ลูกทีมของ โฆเซ็ป กวาร์ดิโอล่า ก็ตั้งเป้าที่จะเป็นทีมแรกของเมืองกระทิงที่จะทำปรากฎการณ์ "ทริปเปิ้ลแชมป์" ได้สำเร็จ ในกรณี่ที่คว้าชัยชนะได้ที่กรุงโรม หลังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่แข่งของเขาในเกมนี้ เคยทำได้มาแล้วเมื่อปี 1999 และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปีนั้น ก็เป็นชิงชัยกันที่ คัมป์ เนา บ้านของ บาร์เซโลน่า เองด้วย
@ โฆเซป กวาร์ดิโอล่า ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า เป็นครั้งแรกในเกมรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึงในตอนนั้นทีมของเขาสามารถคว้าแชมป์ ด้วยการเอาชนะ ซามพ์โดเรีย จากอิตาลี มาได้ 1-0 ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อปี 1992 และหลังจากนั้นอีก 2 ปี กุนซือคนปัจจุบันของ "เบลากราน่า" ก็ได้ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศ อีกครั้ง แต่คราวนี้ทีมของเขาไปไม่ถึงดวงดาว แพ้ให้กับ เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่จากอิตาลี ไปที่เอเธนส์
โฆเซป กวาร์โอล่า จะพาทีมสร้างประวัติศาตร์ด้วยการเป็นทีมแรกของสเปนที่คว้า "ทริปเปิลแชมป์" ได้ ?@ ในกรณีที่ โฆเซ็ป กวาร์ดิโอล่า สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ เขาจะกลายเป็นคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลสโมสรยุโรป ซึ่งสามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งในฐานะของผู้เล่น และผู้จัดการทีมทันที โดย 1 ใน 5 ณ ขณะนี้นั้น มีผู้จัดการทีมของ บาร์เซโลน่า รวมอยู่ด้วยกัน 2 คนด้วย และทั้งหมด 5 คนดังกล่าวก็มีดังต่อไปนี้
มิเกล มูนญอซ คว้าแชมป์ในฐานะผู้เล่นของ เรอัล มาดริด : 1956 , 1957 ; คว้าแชมป์ในฐานะเทรนเนอร์ของ เรอัลมาดริด : 1960 , 1966
โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ คว้าแชมป์ในฐานะผู้เล่นของ เอซี มิลาน : 1963 , 1969 ; คว้าแชมป์ในฐานะเทรนเนอร์ของ ยูเวนตุส : 1985
โยฮัน ครัฟฟ์ คว้าแชมป์ในฐานะผู้เล่นของ อาแจกซ์ : 1971 , 1972 , 1973 ; คว้าแชมป์ในฐานะเทรนเนอร์ของ บาร์เซโลน่า : 1992
คาร์โล อันเชล็อตติ คว้าแชมป์ในฐานะผู้เล่นของ เอซี มิลาน : 1989 , 1990 ; คว้าแชมป์ในฐานะเทรนเนอร์ของ เอซี มิลาน : 2003
แฟรงค์ ไรจ์การ์ด คว้าแชมป์ในฐานะผู้เล่นของ เอซี มิลาน : 1989 , 1990 , ของ อาแจกซ์ : 1995 ; คว้าแชมป์ในฐานะเทรนเนอร์ของ บาร์เซโลน่า : 2006
@ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินทางมาที่กรุงโรม เพื่อไล่ล่าแชมป์รายการนี้ อันจะเป็นสมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์สโมสร และเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาเข้าชิง พวกเขาไม่เคยต้องพบกับคำว่าปราชัยเลย โดยผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศของพวกเขาทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา มีดังต่อไปนี้
1967/68 ชนะ เบนฟิก้า 4-1
1998/99 ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1
2007/08 เสมอ เชลซี 1-1 (ชนะจุดโทษ 6-5)@ ทีมแชมป์จากอังกฤษ เดินทางมาถึงรอบนี้ได้ด้วยการเขี่ย อาร์เซน่อล ทีมจากชาติเดียวกัน ตกรอบด้วยประตูรวม 4-1 (1-0 เกมเหย้า , 3-1 เกมเยือน) ในรอบรองชนะเลิศ ขณะที่รอบก่อนหน้านี้นั้น พวกเขาจัดการกับ เอฟซี ปอร์โต้ จากโปรตุเกส (2-2 เกมเหย้า , 1-0 เกมเยือน) ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และ อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี (0-0 เกมเยือน , 2-0 เกมเหย้า) ในรอบ 16 ทีม ส่วนรอบแบ่งกลุ่มนั้น พวกเขาผ่านเข้ามาในฐานะแชมป์ของกลุ่ม อี ด้วยสถิติชนะ 2 เสมอ 4 และ แพ้ 1 นัดด้วยกัน
@ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังว่าพวกเขาจะกลายเป็นทีมต่อไปที่จะสามารถคว้าแชมป์ถ้วยใบใหญ่ที่สุดของยุโรปเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันได้ หลังจากครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นนั้น เป็น เอซี มิลาน จากอิตาลี ที่ทำได้ในปี 1989 และ 1990
@ นอกเหนือจาก เอซี มิลาน แล้ว ก็ยังมีอีกทั้งหมด 7 ทีมด้วยกัน ที่สามารถครองแชมป์สูงสุดของยุโรปได้ 2 ปีติดต่อกัน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ความยิ่งใหญ่ของ เรอัล มาดริด ในยุคปี 50 และ 7 ที่กล่าวถึงนั้น มีดังต่อไปนี้
1956-60 เรอัล มาดริด
1961-62 เบนฟิก้า
1964-65 อินเตอร์ มิลาน
1971-73 อาแจกซ์ อัมส์เตอร์ดัมส์
1974-76 บาเยิร์น มิวนิค
1977-78 ลิเวอร์พูล
1979-80 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์@ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรแรกตั้งแต่ปี 1997 และเป็นสโมสรที่ 4 นับตั้งแต่ก่อตั้งรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกขึ้นมา ที่สามารถเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศได้ 2 ปีติดต่อกัน แต่ทว่าทุกทีมที่ทำได้เช่นนี้นั้น กลับต้องมาพ่ายแพ้ในปีต่อมาทั้งสิ้น ซึ่งได้แก่
เอซี มิลาน คว้าแชมป์ในปี 1994 แพ้ในรอบชิงปี 1995
อาแจ็กซ์ คว้าแชมป์ในปี 1995 แพ้ในรอบชิงปี 1996
ยูเวนตุส คว้าแชมป์ในปี 1997 แพ้ในรอบชิงปี 1997@ ในอดีตก่อนหน้านี้นั้น ก็มี เบนฟิก้า (1963) และ ลิเวอร์พูล (1985) ที่เข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศได้ในฐานะแชมป์เก่า แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ไปทั้งหมด
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อันดับ 1 นักเตะยอดเยี่ยมฟีฟ่า และดาวซัลโวรายการนี้ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว@ ในกรณีที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถคว้าแชมป์ได้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็จะกลายเป็นกุนซือคนที่ 10 ที่สามารถพาทีมป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ โดย 9 คนก่อนหน้านี้นั้น มีดังต่อไปนี้
โฆเซ่ บีย่าลองก้า 1956 , 1957
หลุยส์ อันโตนิโอ คาร์นิย่า 1958 , 1959
เบล่า กุ๊ตต์มัน 1961 , 1962
เอเลนิโอ เอร์เรร่า 1964 , 1965
สเตฟาน โควัชส์ 1972 , 1973
เดทท์มาร์ คราเมอร์ 1975 , 1976
บ็อบ เพียสลี่ย์ 1977 , 1978
ไบรอัน คลัฟ 1979 , 1980
อาร์ริโก้ ซาคคี่ 1989 , 1990@ กุนซือชาวสก็อตแลนด์ ถ้าสามารถนำทีมเอาชนะคู่แข่งได้ในเกมนี้ เขาจะเป็นกุนซือที่พาทีมคว้าแชมป์ได้ 3 สมัย ซึ่งเป็นสถิติเทียบเท่ากับ บ็อบ เพียสลี่ย์ ผู้จัดการทีมระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล ซึ่งสามารถนำทีมคว้าแชมป์ได้ในปี 1977 , 1978 และ 1981
@ ถ้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นแชมป์ได้ในคราวนี้ นี่จะเป็นครั้งที่ 3 ของพวกเขาที่จะสามารถคว้าแชมป์ได้โดยที่ไม่แพ้ให้กับทีมใดเลย หลังจากก่อนหน้านี้เคยทำได้ในลักษณะนี้มาแล้วในการคว้าแชมป์เมื่อฤดูกาล 1998/99 และ 2007/08 โดยทีมที่ทำได้เหมือนพวกเขานั้นก็มี อาแจกซ์ อัมส์เตอร์ดัม (1971/72 , 1994/95) , ลิเวอร์พูล (1980/81 , 1983/84) และ เอซี มิลาน (1988/89 , 1993/94)
@ ในการเปรียบเทียบเรื่องประสบการณ์ และอายุ ระหว่าง 2 กุนซือในคืนนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในวัย 67 ปี เริ่มต้นคุมทีมในฟุตบอลสโมสรยุโรปเป็นครั้งแรก กับ อเบอร์ดีน ในฤดูกาล 1978/79 ซึ่งขณะนั้น กวาร์ดิโอล่า พึ่งจะมีอายุได้ 7 ขวบเท่านั้น และหลังจากนั้นอีก 30 ปี กุนซือของบาร์เซโลน่า ในวัย 38 ปีขณะนี้ นี่จะเป็นฤดูกาลแรกของเขาในฐานะกุนซือที่จะได้คุมทีมในฟุตบอลสโมสรยุโรป
@ ผู้จัดการทีมคนเดียว ที่สามารถคว้าแชมป์ถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรป โดยมีอายุมากกว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั่นคือ เรมองด์ โกยธาลส์ ของ โอลิมปิก มาร์กเซย ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะ เอซี มิลาน ได้ในปี 1993 และขณะนั้นกุนซือชาวเบลเยียมมีอายุ 71 ปี กับอีก 232 วันด้วยกัน
@ สำหรับ บาร์เซโลน่า และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นี่จะเป็นการพบกันในรอบชิงชนะเลิศครั้งที่ 2 หลังจากเคยพบกันมาแล้ว ในรอบชิงชนะเลิศ คัพ วินเนอร์ส คัพ เมื่อปี 1991 ที่ ร็อทเทอร์ดัม
@ ในการพบกันคราวนั้น ถือว่าเป็นการคว้าแชมป์ฟุตบอลระดับสโมสรยุโรปเป็นครั้งแรกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยทีเดียว เมื่อสามารถพายอดทีมจากเกาะอังกฤษ เอาชนะมาได้ด้วยสกอร์ 2-1 จากการทำ 2 ประตูของ มาร์ค ฮิวจ์ส อดีตนักเตะของ บาร์เซโลน่า เอง ก่อนที่ โรนัลด์ คูมัน จะยิงไกลสุดสวยเป็นลูกตีไข่แตก และในเกมนั้น ทีมจากเมืองกระทิงดุ ก็ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนามด้วย เนื่องจากว่า นานโด้ โดนใบแดงไล่ออกไป
ลิโอเนล เมสซี่ อันดับ 2 นักเตะยอดเยี่ยมฟีฟ่าฤดูกาลก่อน และดาวซัลโวของ "ชปล." เวลานี้@ สำหรับ เซอร์ อเล็กซ์ การเอาชนะ บาร์เซโลน่า ได้ในคราวนั้น ถือเป็นการคว้าถ้วยฟุตบอลสโมสรยุโรปเป็นครั้งที่ 2 ของตัวเอง หลังจากเคยนำทีม อเบอร์ดีน เอาชนะ เรอัล มาดริด มาได้ก่อนหน้านี้แล้ว ในเกม คัพ วินเนอร์ส คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 1983 ที่ โกเตเบิร์ก
@ ในเกมที่ บาร์เซโลน่า พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ข้างต้น คาร์ลอส บาสเกวทส์ ซึ่งเป็นพ่อของ เซร์คิโอ บาสเกวทส์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งในชุดปัจจุบันของ "อาซูลกราน่า" ก็ได้ลงเล่นอยู่ในเกมนั้นด้วย ขณะที่ ไอตอร์ "ซิกิ" เบกิริสไตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสโมสร ก็อยู่ในทีมชุดนั้นเช่นเดียวกัน ส่วนทางฝั่งของ "ปีศาจแดง" นั้น ไบรอัน แม็คแคลร์ และ ไมค์ ฟีแลน ซึ่งขณะนี้เป็นสต๊าฟฝ่ายเทคนิคของโมสรอยู่นั้น ก็อยู่ในสนามเมื่อปี 1991 ด้วยเช่นเดียวกัน
@ รายชื่อผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม ในเกมรอบชิงชนะเลิศ คัพ วินเนอร์ส คัพ เมื่อปี 1991 มีดังต่อไปนี้
บาร์เซโลน่า : คาร์ลอส บาสเกวทส์ , นานโด้ , โฆเซ่ อเลฆานโก้ (อันโตนิโอ ปินิย่า ลงมาแทนนาทีที่ 72) , โรนัลด์ คูมัน , อัลเบิร์ต แฟร์เรร์ , ฆวน กอยโคเอเชีย , โฆเซ่ มาเรีย บาเคโร่ , ยูเซบิโอ ซาคริสตัน , ไอตอร์ "ซิกิ" เบกิริสไตน์ , ไมเคิ่ล เลาดรุ๊ป , ฆูลิโอ ซาลินาส
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : เลส ซีลี่ย์ , เดนิส เออร์วิน , สตีฟ บรู๊ซ , แกรี่ พัลลิสเตอร์ , เคลย์ตัน แบล็คมอร์ , ไมค์ ฟีแลน , ไบรอัน ร็อบสัน , พอล อินซ์ , ลี ชาร์ป , ไบรอัน แม็คแคลร์ , มาร์ค ฮิวจ์ส
@ นี่จะเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งที่ 10 ของทั้งคู่ และ 9 ครั้งก่อนหน้านี้ เป็น บาร์เซโลน่า ที่ชนะได้ 2 ครั้ง และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะได้ 3 ครั้ง ส่วนที่เหลือนั้น ก็คือการเสมอกันไป






27 / 05 / 2009 14:30