


ฟุตบอล คาร์ลิ่ง คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ
เบิร์นลี่ย์ (แชมเปี้ยนชิพ, 4) -vs- อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก, 4) ......(02.45 น.)
สนาม : เทิร์ฟ มัวร์
ราคา : อาร์เซน่อล ต่อ ครึ่งควบลูกลบห้า
สถิติการพบกันที่ผ่านมา
06-01-08 เบิร์นลี่ย์ แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (เอฟเอ คัพ)
20-12-75 อาร์เซน่อล ชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-0 (ดิวิชั่น 1 เดิม)
16-08-75 เบิร์นลี่ย์ เสมอ อาร์เซน่อล (ดิวิชั่น 1 เดิม)
22-03-75 เบิร์นลี่ย์ เสมอ อาร์เซน่อล 3-3 (ดิวิชั่น 1 เดิม)
07-09-74 อาร์เซน่อล แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-1 (ดิวิชั่น 1 เดิม)
ผลงานในรอบที่ผ่านมา
เบิร์นลี่ย์
รอบแรก
12-08-08 ชนะ บิวรี่ 2-0 (เยือน)
รอบสอง
26-08-08 ชนะ โอลด์แฮม 3-0 (เหย้า)
รอบสาม
23-09-08 ชนะ ฟูแล่ม 1-0 (เหย้า)
รอบสี่
12-11-08 เสมอ เชลซี 1-1 (ชนะจุดโทษ 5-4) (เยือน)
อาร์เซน่อล
รอบสาม
23-09-08 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 6-0 (เหย้า)
รอบสี่
11-11-08 ชนะ วีแกน 3-0 (เหย้า)
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด
เบิร์นลี่ย์
29-11-08 ชนะ ดาร์บี้ 3-0 (เหย้า)
24-11-08 แพ้ บาร์นสลี่ย์ 2-3 (เยือน)
22-11-08 เสมอ ดอนคาสเตอร์ 0-0 (เหย้า)
15-11-08 ชนะ ควีนส์ปาร์ค 2-1 (เยือน)
12-11-08 เสมอ เชลซี 1-1 (เยือน) (คาร์ลิ่ง คัพ) (ชนะจุดโทษ 5-4)
ฟอร์มเกมเหย้าในลีกล่าสุดของ เบิร์นลี่ย์ : แข่ง 10 ชนะ 6 เสมอ 3 แพ้ 1 ได้ 15 เสีย 7 แต้ม 21
อาร์เซน่อล
30-11-08 ชนะ เชลซี 2-1 (เยือน)
25-11-08 ชนะ ดินาโม เคียฟ 1-0 (เหย้า) (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)
22-11-08 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-3 (เยือน)
15-11-08 แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-2 (เหย้า)
11-11-08 ชนะ วีแกน 3-0 (เหย้า) (คาร์ลิ่ง คัพ)
ฟอร์มเกมเยือนในลีกล่าสุดของ อาร์เซน่อล : แข่ง 8 ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 2 ได้ 16 เสีย 11 แต้ม 16
สภาพความพร้อมล่าสุด
เบิร์นลี่ย์
โอเว่น คอยล์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ ทีมอันดับ 4 ของศึกแชมเปี้ยนชิพ น่าจะลงสนามในเกมนี้ด้วยความฮึกเหิมทีเดียว หลังจากพลิกล็อกบุกไปเอาชนะ เชลซี ด้วยการดวลเป้าถึงถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ และนัดล่าสุด ก็ยังรักษาฟอร์มการเล่นได้ดี ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ ดาร์บี้ อดีตทีมระดับพรีเมียร์ชิพ มาได้แบบสบายเกือก 3-0 เมื่อสุดสัปดาห์
ขณะที่สภาพทีม จะอดใช้งาน สตีฟ ธอมป์สัน กองหน้าตัวหลักชาวสกอตต์อีกครั้ง แม้ว่าเจ้าตัวเพิ่งจะพ้นโทษแบนในเกมลีกนัดล่าสุดก็ตาม เนื่องจากติดคัพ-ไท หลังเคยลงเล่นให้กับ คาร์ดิฟฟ์ มาแล้ว ส่งผลให้ มาร์ติน พาเตอร์สัน กองหน้าทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ชุดยู-21 จะได้โอกาสลงล่าตาข่ายต่อไป
นอกจากนี้ ก็ยังต้องรอทดสอบความฟิตของ เวด เอลเลียตต์ ปีกที่เจ็บขาหนีบ จนไม่ได้ลงเล่นให้ต้นสังกัดแล้ว 2 นัดหลังสุด แต่ในรายของ เรมโก้ ฟาน เดอร์ ชาฟ กองกลางดัตช์ที่ยังไม่หายป่วย และ คริสเตียน คาล์ฟเนส แบ๊คซ้ายนอร์วีเจียน ที่ยังไม่ฟิตจะชวดลงสนามเช่นเดิม
อาร์เซน่อล
อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสของ "ไอ้ปืนใหญ่" เพิ่งเรียกความมั่นใจกลับคืนสู่ทีมได้อีกครั้ง หลังจากบุกไปพิชิต เชลซี ได้สำเร็จ 2-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อสุดสัปดาห์ แต่ เวนเกอร์ จะพักผู้เล่นชุดใหญ่ชุดนั้นทั้งหมด และหันกลับมาใช้ผู้เล่นชุดเดียวกับเกมคาร์ลิ่ง คัพ รอบที่แล้ว ที่เอาชนะ วีแกน มาได้แบบชิลชิล 2-0 เป็นแกนหลักเช่นเดิม ซึ่งประกอบด้วยผู้เล่นจากทีมเยาวชนแทบทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม เวนเกอร์ ประกาศแล้วว่า คู่หน้าตัวจริงในวันนี้ จะปรับทัพมาใช้บริการของ นิคลาส เบนท์เนอร์ กองหน้าชาวเดนมาร์ก และ คาร์ลอส เวล่า ดาวยิงเม็กซิกัน สองดาวรุ่งที่มีประสบการณ์ติดทีมชุดใหญ่เกือบจะประจำ รวมไปถึง มิกาเอล ซิลแวสต์ แข้งตัวเก๋าชาวฝรั่งเศส ที่อาจได้ลงคุมเกมในแผงหลัง ส่วน อารอน แรมซี่ย์ มิดฟิลด์ชาวเวลส์, แจ๊ค วิลเชียร์ ไอ้หนูดาวรุ่งวัย 16 ปี และ เจย์ ซิมป์สัน หอกที่เหมาสองประตูในเกมกับ วีแกน ยังมีชื่อติดโผเช่นกัน ขณะที่ เมารี บิสชอฟฟ์ กองหน้าชาวโปรตุกีส ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา ก็มีโอกาสสอดแทรกเหมือนกัน
นอกจากนี้ ยังมีข่าวเล็ดลอดว่า อาจมีเซอร์ไพรส์เล็กๆ ด้วยการใส่ชื่อของ เอดูอาร์โด้ ดาซิลวา กองหน้าโครเอเชีย ที่ขาหัก และต้องพักแข้งไปร่วมหนึ่งปี กลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนี้ด้วย แต่ดูแล้ว โอกาสคงมีไม่มาก เพราะเจ้าตัวเพิ่งหายเจ็บกลับคืนสู่ทีมได้ไม่นาน
ทว่า ทีมก็มีนักเตะเดี้ยงเพิ่ม 3 คน มาจากกับเชลซี ได้แก่ โยฮัน ฌูรู (สะโพก), มานูเอล อัลมูเนีย (ศีรษะ) และ วิลเลี่ยม กัลลาส (น่อง) สมทบไปกับพวกที่บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วอย่าง อาบู ดิยาบี้ (หน้าท้อง), โคโล่ ตูเร่ (น่อง), ธีโอ วัลค็อตต์ (หัวไหล่), เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ (เข่า) และ โทมัส โรซิคกี้ (เข่า)
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
เบิร์นลี่ย์ (4-4-2) : ไบรอัน เยนเซ่น - เกรแฮม อเล็กซานเดอร์, คลาร์ก คาร์ไลส์, สตีฟ คัลเวลล์, สตีเฟ่น จอร์แดน - อเล็กซ์ แม็คโดนัลด์, โจอี้ กุ๊ดยอห์นสัน, คริส แม็คคาน, คริส อีเกิ้ลส์ - มาร์ติน พาเตอร์สัน, ร็อบบี้ แบล็ค
อาร์เซน่อล (4-4-2) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ - กาวิน ฮอยต์, มิกาเอล ซิลแวสต์, ฟรานซิส โคเกอลิน, คีแรน กิ๊บบ์ส - แจ๊ค วิลเชียร์, มาร์ค แรนดอลล์, อารอน แรมซี่ย์, ฟรานซิสโก้ เมริด้า - นิคลาส เบนท์เนอร์, คาร์ลอส เวล่า
จับยามสามตา
ถือว่าประมาทไม่ได้ สำหรับ เบิร์นลี่ย์ เพราะพวกเขาล้มทีมจาก พรีเมียร์ลีก มาแล้วในรอบที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ฮือฮาที่สุดก็คงเป็นการบุกไป ฆ่ายักษ์ใหญ่อย่าง เชลซี ถึงรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ขณะที่ อาร์เซน่อล เรียกความมั่นใจกลับมาได้แล้ว ด้วยการล้มทีม "สิงห์บูลส์" มาได้เช่นกันในเกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ แต่ขุมกำลังในเกมนี้ จะมีการเปลี่ยนไปแบบยกชุด แต่ดูแล้วก็ยังน่ากลัว หากมองจากผลงานในรอบที่ผ่านมา ที่ทีมชุด "ยังกันส์" ได้ฝากเอาไว้อย่างน่าประทับใจ
อย่างไรก็ตาม เบิร์นลี่ย์ ก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า พวกเขาไม่ใช่ทีมที่จะให้ใครมาข้ามศพไปง่ายๆ แม้ว่าชื่อชั้น, อันดับ และศักยภาพของขุมกำลังจะเป็นรอง แต่นั่นก็อาจเป็นยาชูกำลังให้พวกเขาลงสนามแบบหัวใจเกินร้อย เพราะไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ขณะที่ อาร์เซน่อล ต้องยอมรับว่า พวกเขามักจะทำผลงานหวือหวา แต่ขาดความสม่ำเสมอ และในฤดูกาลนี้ น้อยมากที่ขุนพล "ปืนโต" จะสามารถรักษาฟอร์มเอาชนะได้ติดต่อกันเกิน 2 นัด ยิ่งเป็น บอลถ้วยแบบนี้ ลองถือหางลุ้นฝั่งทีมรองดีกว่า
สกอร์ที่คาด : เบิร์นลี่ย์ เสมอ อาร์เซน่อล 1-1

