


ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สโต๊ค ซิตี้ (18) -vs- ซันเดอร์แลนด์ (9) ......(02.45 น.)
สนาม : บริทาเนีย
ราคา : เสมอ ซันเดอร์แลนด์
ผลการพบกันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
- ไม่ได้พบกัน
สถิติการพบกันที่ บริทาเนีย
ฤดูกาล ผลการแข่งขัน
2006-2007 สโต๊ค ซิตี้ ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-1 (แชมเปี้ยนชิพ)
2004-2005 สโต๊ค ซิตี้ แพ้ ซันเดอร์แลนด์ 0-1 (แชมเปี้ยนชิพ)
2003-2004 สโต๊ค ซิตี้ ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 3-1 (แชมเปี้ยนชิพ)
1997-1998 สโต๊ค ซิตี้ แพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-2 (แชมเปี้ยนชิพ)
1995-1996 สโต๊ค ซิตี้ ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0 (แชมเปี้ยนชิพ)
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด
สโต๊ค ซิตี้
26-10-08 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-3 (เยือน)
19-10-08 ชนะ สเปอร์ส 2-1 (เหย้า)
05-10-08 แพ้ พอร์ทสมัธ 1-2 (เยือน)
27-09-08 แพ้ เชลซี 0-2 (เหย้า)
23-09-08 เสมอ เร้ดดิ้ง 2-2 (เหย้า) (ชนะจุดโทษ 4-3) (คาร์ลิ่ง คัพ)
ฟอร์มเกมเหย้าในลีกของ สโต๊ค ซิตี้ : แข่ง 4 ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 2 ได้ 7 เสีย 8 แต้ม 6
ซันเดอร์แลนด์
25-10-08 ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1 (เหย้า)
18-10-08 เสมอ ฟูแล่ม 0-0 (เยือน)
04-10-08 เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 (เหย้า)
27-09-08 แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-2 (เยือน)
23-09-08 เสมอ นอร์ทแธมป์ตัน 2-2 (ชนะจุดโทษ 4-3) (คาร์ลิ่ง คัพ)
ฟอร์มเกมเยือนในลีกล่าสุดของ ซันเดอร์แลนด์ : แข่ง 4 ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 1 ได้ 4 เสีย 4 แต้ม 5
สภาพความพร้อมล่าสุด
สโต๊ค ซิตี้
โทนี่ พูลิส กุนซือทีม "ช่างปั้นหม้อ" ยังต้องรอทดสอบความฟิตของ อิบราฮิม ซงโก้ กองหลังเซเนกัล ที่เจ็บขาหนี จนวินาทีสุดท้าย ซึ่งหากไม่ผ่านมา ไรอัน ชอว์ครอสส์ ปราการหลังดาวรุ่ง จะได้โอกาสทำหน้าที่ต่อไป ส่วน เดฟ คิตสัน กองหน้าร่างยักษ์ น่าจะเป็นแค่ตัวสำรองอีกครั้ง
นั่นหมายความว่า ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ ดาวยิงทีมชาติจาเมก้า จะได้จับคู่ล่าตาข่ายกับ มามาดี้ ซิดิเบ้ ศูนย์หน้าชาวมาลี เช่นเดิม ขณะที่ เลียม ลอว์เรนซ์ กับ แอนดรูว์ เดวี่ส์ กองหลัง ยังต้องพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า และ เข่า ตามลำดับ
ซันเดอร์แลนด์
รอย คีน กุนซือชาวไอริชของ "แมวดำ" ยังต้องรอเช็กความฟิตของ เคร็ก กอร์ดอน โกล์มือ 1 ทีมชาติสกอตแลนด์ที่ข้อเท้าบิดระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อวันพุธที่แล้ว ซึ่งหากไม่ผ่าน มาร์ตัน ฟูล็อป นายทวารชาวฮังกาเรี่ยน จะได้ทำหน้าที่แทนต่อไป หลังจากได้โอกาสเฝ้าเสามาแล้วในเกมลีกที่ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1 เมื่อสุดสัปดาห์
ขณะที่ เควิย์น โจนส์ กองหน้าร่างยักษ์ ไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเพิ่มเติม หลังจากหายเจ็บยาว 4 เดือน ฟิตกลับมาพร้อมลงสนามได้แล้ว แต่คาดว่าคงเป็นสำรองไปก่อน เพราะ เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ กับ ฌิบริล ซิสเซ่ กำลังทำผลได้ดี อย่างไรก็ตาม ในรายของ ฟิล บาร์ดสลี่ย์ กองหลัง ที่เจ็บข้อเท้า กับ แกรนท์ ลีดบีตเตอร์ ที่ขาหัก ยังคงชวดลงเล่นเหมือนเดิม
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
สโต๊ค ซิตี้ (4-4-2) : โธมัส โซเรนเซ่น - แอนดี้ กริฟฟิน, อับดุลลาย ฟาย, ไรอัน ชอว์ครอสส์, แดนนี่ ฮิกกิ้นบ็อตท่อม - ริชาร์ด เครสส์เวลล์, เซยี่ จอร์จ โอโลฟินยาน่า, ซาลิฟ ดิเยา, รอรี่ ดีแล็ป - ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์, มามาดี้ ซิดิเบ้
ซันเดอร์แลนด์ (4-4-2) : มาร์ตัน ฟูล็อบ - ปาสกาล ชิมบงด้า, แอนตัน เฟอร์ดินานด์, แดนนี่ คอลลินส์, จอร์จ แม็คคาร์นี่ย์ - สตีด มัลบร็องก์, ทีมู เทนิโอ, ดีน ไวท์เฮด, คีแรน ริชาร์ดสัน - ฌิบริล ซิสเซ่, เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ
จับยามสามตา
ต้องยอมรับว่า ทีม "แมวดำ" ทำผลงานได้แกร่งขึ้นจริงๆ ในซีซั่นนี้ ทั้งเกมเหย้าและเยือน ดังนั้น จึงเชื่อว่า มีโอกาสอีกครั้ง ที่พวกเขาจะสามารถเก็บแต้มกลับบ้านได้สำเร็จ เนื่องจาก คู่ต่อสู้ อย่าง สโต๊ค ซิตี้ ถือว่าเป็นที่อ่อนกว่า พวกเขาเล็กน้อย ทั้งในด้านขุมกำลัง และ ประสบการณ์ในเวทีพรีเมียร์ชิพ แม้ว่า ทีม "ช่างปั้นหม้อ" จะทำผลงานในถิ่น ไม่ขี้เหร่ แต่การต้องเจอกับ ซันเดอร์แลนด์ ที่กำลังเล่นได้อย่างเหนียวแน่น แถมเกมรุกก็วูบวามขึ้น เมื่อได้ เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ กับ ฌิบริล ซิสเซ่ มาจับคู่กัน ดูแล้ว มีสิทธิ์ที่แนวรับเจ้าถิ่น อาจเสียท่าได้เหมือนกัน
สกอร์ที่คาด : สโต๊ค ซิตี้ แพ้ ซันเดอร์แลนด์ 0-1

