


ฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2008 กลุ่มซี
โปรตุเกส (อันดับ 5 ของโลก) -vs
ไทย (อันดับ 11 ของโลก)
สนาม : นีลสัน นีลสัน สปอร์ต ฮัลล์, บราซิเลีย, บราซิล
เวลาเตะ : 22.30 น.
ราคา : โปรตุเกส ต่อ 5 ลูก
ผลงานที่ดีที่สุดในรายการนี้
โปรตุเกส : อันดับ 3 (ปี 2000 ที่ กัวเตมาลา)
ไทย : รอบแรก (ปี 2000 ที่ กัวเตมาลา, ปี 2004 ที่ ไต้หวัน)
ผลการพบกันที่ผ่านมา
- ไม่เคยพบกันมาก่อน
ผลงานในรอบที่ผ่านมา
โปรตุเกส
รอบแบ่งกลุ่ม
06-10-08 ชนะ สหรัฐฯ 8-1 (กลาง)
04-10-08 แพ้ อิตาลี 1-3 (กลาง)
02-10-08 ชนะ ปารากวัย 3-2 (กลาง)
ไทย
รอบแบ่งกลุ่ม
06-10-08 แพ้ ปารากวัย 0-8 (กลาง)
04-10-08 ชนะ สหรัฐฯ 5-3 (กลาง)
30-10-08 แพ้ อิตาลี 0-1 (กลาง)
ตารางคะแนนล่าสุด

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด
โปรตุเกส
06-10-08 ชนะ สหรัฐฯ 8-1 (กลาง) (ฟุตซอลโลก 2008 รอบสุดท้าย)
04-10-08 แพ้ อิตาลี 1-3 (กลาง) (ฟุตซอลโลก 2008 รอบสุดท้าย)
02-10-08 ชนะ ปารากวัย 3-2 (กลาง) (ฟุตซอลโลก 2008 รอบสุดท้าย)
06-07-08 ชนะ ฮังการี 7-0 (เหย้า) (อุ่นเครื่อง)
16-04-08 ชนะ สโลวีเนีย 3-0 (เหย้า) (ฟุตซอลโลก 2008 รอบคัดเลือก)
ไทย
06-10-08 แพ้ ปารากวัย 0-8 (กลาง) (ฟุตซอลโลก 2008 รอบสุดท้าย)
04-10-08 ชนะ สหรัฐฯ 5-3 (กลาง) (ฟุตซอลโลก 2008 รอบสุดท้าย)
30-10-08 แพ้ อิตาลี 0-1 (กลาง) (ฟุตซอลโลก 2008 รอบสุดท้าย)
28-09-08 แพ้ อิหร่าน 0-1 (เหย้า) (อุ่นเครื่อง)
25-09-08 ชนะ คาเนเซอร์ 7-4 (ทีมสโมสร) (เหย้า) (อุ่นเครื่อง)
สถานการณ์ล่าสุดของทั้งสองทีม
โปรตุเกส ทำผลงานได้ค่อนข้างดี สมศักดิ์ศรีดีกรี ทีมอันดับ 3 จากศึกฟุตซอลชิงแชมป์ยุโรป เมื่อปี 2007 โดย 3 นัดที่ผ่านมา พวกเขาคว้าชัยได้ 2 นัด และแพ้ไปเพียง 1 นัด ในเกมที่เจอกับของแข็งอย่าง อิตาลี โดยในส่วนของศักยภาพในเกมรุกและรับถือว่าทำผลงานได้ดี แถมยังเป็นทีมที่เต็มไปด้วยลีลาแบบแซมบ้าผิวขาวไม่แพ้บอล 11 คนอีกด้วย

โปรตุเกส ทำผลงานได้อย่างดุดัน ทั้งเกมรุก และ เกมรับ
สำหรับความพร้อมนั้น ถือว่าไม่ไม่มีปัญหา เนื่องจากไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนจากเกมนั้นล่าสุด ที่ถล่มเอาชนะ สหรัฐฯ มาได้ 8-1 กลับกัน พวกเขาจะได้ เปโดร คอสต้า พ้นโทษแบน กลับมาเสริมทัพในตำแหน่งมิดฟิลด์ อีกด้วย ขณะที่ ผู้เล่นที่ติดคาดโทษใบเหลืองนั้น มีด้วยกัน 4 ราย ได้แก่ อาร์นัลดินโญ่ กัปตันทีม, ริคาร์ดินโญ่, คาร์ดินัล และ อิสราเอล
ด้านไทย ทีมดังจากเซาธ์อีสเอเชีย หลังจากออกสตาร์ททัวร์นาเม้นต์ได้ดี พ่ายต่อทีมรองแชมป์โลกเมื่อ 4 ปี ที่แล้วอย่าง อิตาลี ไปแบบฉิวเฉียด 0-1 และ นัดสอง กลับมาเอาชนะ สหรัฐฯ 5-3 แต่จนแล้วจนแล้ว ก็มาดีแตก ในนัดล่าสุด ที่โดน ปารากวัย ทีมซึ่งอันดับโลกไล่เลี่ยกัน ถลุงไปแบบไม่มีชิ้นดี 0-8 ทำให้ มีอันต้องตกรอบแรกไปเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันค่อนข้างแน่แล้ว หลังจากที่ก่อนเปิดฉากศึกครั้งนี้ พวกเขาได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นทีมม้ามืดในรายการนี้แท้ๆ

ขุนพลทีมชาติไทย โชว์ฟอร์มไม่ออกในเกมที่แพ้ ปารากวัย 0-8
ส่วนความพร้อมนั้น มีข่าวดี เมื่อจะได้ เลิศชาย อิสราสุวิภากร กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง หลังติดโทษแบนในเกมล่าสุด ที่แพ้ ปารากวัย ไปเละเทะ 0-8 แต่ว่า ก็ต้องเสีย ณัฐพร สุตติโรจน์ ที่หมดสิทธิ์ลงสนาม เพราะสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ เช่นเดียวกับ เสริมพันธ์ คุมถิ่นแก้ว ที่โดนใบแดง ขณะที่ อนุชา มั่นเจริญ จอมทัพของทีม ที่บาดเจ็บและไม่มีส่วนร่วมกับทีมเลย อาจได้โอกาสสัมผัสเกมเพื่อเป็นการส่งท้ายทัวร์นาเม้นต์ ส่วน ผู้เล่นที่ติดคาดโทษใบเหลืองนั้น มีเพียง 2 คน ได้แก่ สุรพงษ์ ทมพา ผู้รักษาประตู และ ธนากร สันธนะประสิทธิ์
รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
โปรตุเกส : 1. เจา เบนเนดิโต้, 2. ริคาร์ดินโญ่, 9. กอนซาโล่, 10. อาร์นัลโด้, 11. ไลเตา (โค้ช : ออร์แลนโด้ ดูอาร์เต้)
ไทย : 12. สุรพงษ์ ทมพา, 4. ภานุวัฒน์ จันทา, 8. ธนากร สันธนประสิทธิ์, 9. ประเสริฐ อินนุ้ย, 10. เอกพงศ์ สุรัตสวัสด์ (โค้ช : โฆเซ่ มาเรีย เมนเดล ปูลปิส)
ทรรศนะ
จากฟอร์มการเล่นที่ได้เห็นกันในเกมที่ไทย พบกับ ปารากวัย จะเห็นได้ว่า ผู้เล่นของทีม "แลนด์ ออฟ สไมล์" ไม่สามารถสร้างความกดดันให้กับเกมรับของ ทีมดังจากละติน ได้เลยตลอดทั้งเกม ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสภาพทีมไม่สมบูรณ์นัก และเกร็งๆ กันไปเอง (ซึ่งอาจมาจากการคิดว่าจะต้องเข้ารอบต่อไปมากเกินไปก็ได้ หลังเอาชนะ สหรัฐฯ มาได้ในนัดที่ 2 จนไปกดดันตัวเอง)
ยิ่งเมื่อต้องมาเจอกับผู้เล่นรูปร่างใหญ่ ที่มีทักษะดี ก็ยิ่งทำให้ ทีมไทย ไม่สามารถงัดทีเด็ดความสามารถเฉพาะตัวออกมาเล่นงานคู่ต่อสู้ได้ เนื่องจากเสียเปรียบด้านกายภาพในการเบียดบังแย่งบอลคู่ต่อสู้ นอกจากนี้ ในเรื่องของความมั่นใจ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่ง ที่เห็นได้ชัดว่า ทีมไทย ขาดไปในเกมนัดที่แล้ว สังเกตได้จากสีหน้าผู้เล่น ดูหมองๆ และขวัญเสีย จากการที่ไม่สามารถเจาะเกมรับของ ปารากวัย ได้ และน่าจะมีส่วนทำให้พวกเขาถอดใจกันไปในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ไทย ตกรอบค่อนข้างแน่นอน และเกมวันนี้ ก็จะเป็นเกมสุดท้ายที่พวกเขาจะได้แสดงศักยภาพทีมแท้จริงของตนเอง ก็คงเต็มที่แบบไม่มีอะไรจะเสีย แต่ดูแล้ว พวกเขายังต้องเจองานหนักอยู่นี้ เนื่องจาก โปรตุเกส เองก็ต้องคว้าชัยชนะให้ได้สถานเดียวเพื่อหวังเข้ารอบต่อไปโดยที่ไม่ต้องไปลุ้นเหนื่อยในคู่ของ ปารากวัย กับ อิตาลี เช่นกัน แม้หากเทียบกันในเรื่องของประสบการณ์ในเกมรอบสุดท้าย ทั้งสองทีมจะไม่แตกต่างกัน แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่กำลังมั่นใจและสภาพทีมที่พร้อมกว่า ของ ทัพ "ฝอยทอง" ดูแล้ว หากไทย โดนเจาะลูกแรกเร็ว โอกาสที่สกอร์จะไหล ก็มีสูงทีเดียว
สกอร์ที่คาด : โปรตุเกส ชนะ ไทย 7-1
ผู้เล่นที่น่าจับตามองในเกมนี้

ริคาร์ดินโญ่ (โปรตุเกส)
เจ้าของหมายเสื้อหมายเลข 2 ของทัพ "ฝอยทอง" เป็นนักเตะที่ ทีมไทย จะต้องระวังให้ดี เนื่องจากปีกร่างเล็กสายเลือดบราซิเลี่ยนผู้นี้ เต็มไปด้วยทักษะและเทคนิคอันล้ำเลิศ ยิ่งไปกว่านั้น สัญชาตญาณการยิงประตู ก็เฉียบขาดไม่แพ้ศูนย์หน้ามืออาชีพ ขณะที่ การจ่ายบอลที่แม่นยำของเขา ก็มีส่วนสำคัญ ทำให้เพื่อนร่วมทีมมีโอกาสดีที่จะพังประตูได้อย่างสบายๆ อีกด้วย

