
อินทรีเหล็กกับก้าวย่างสู่การทวงบัลลังก์

ทัพนักเตะเลือดด๊อยท์ช กำลังอยู่ในเส้นทางทวงความยิ่งใหญ่ในยุโรป
คำพูดของ ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค ผู้ช่วยของบุนเดสเทรนเนอร์ โยอาคิม เลิฟ ที่ว่า "เยอรมนีคือทีมสำหรับทัวร์นาเมนท์อย่างแท้จริง" ดูจะไม่ใช่การกล่าวอ้างเกินจริง แม้ว่าฟอร์มการเล่นของแข้งด๊อยท์ชในรอบแบ่งกลุ่ม ยูโร 2008 จะค่อนข้างกระท่อนกระแท่น แม้เปิดตัวได้สวยด้วยชัยชนะเหนือโปแลนด์ 2-0 แต่นัดต่อมากลับแพ้ต่อโครเอเชียอย่างพลิกความคาดหมาย จนต้องมาลุ้นเหนื่อยในนัดสุดท้าย แต่เมื่อเข้ามาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ พวกเขาก็ปราบทีมเต็งของรายการอย่าง โปรตุเกส ได้แบบไม่มีข้อกังขา
สถิติในการเล่นรอบรองชนะเลิศยูโรของทีม "อินทรีเหล็ก" ถือว่าสวยงาม โดยแพ้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นจากการลงเล่น 6 นัด ดังนี้
1972 ชนะ เบลเยียม 2-1
1976 ชนะ ยูโกสลาเวีย 4-2 (ต่อเวลาพิเศษ)
1988 แพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-2
1992 ชนะ สวีเดน 3-2
1996 เสมอ อังกฤษ 1-1 (ชนะจุดโทษ 6-5)
"ชไวนี่" พ้นโทษแบนกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งทันทีจุดเปลี่ยนสำคัญของอดีตแชมป์ยุโรป 3 สมัย คือการได้ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ พ้นโทษแบนจากใบแดงในเกมรอบแบ่งกลุ่มที่แพ้โครเอเชีย 1-2 กลับมาโชว์ฟอร์มยิง 1 จ่าย 2 พาทีมเอาชนะโปรตุเกส 3-2 ตบเท้าเข้ารอบตัดเชือกได้สำเร็จ ขณะที่หัวใจสำคัญของทีมก็ยังคงเป็น มิชาเอล บัลลัค กัปตันที่โชว์ภาวะผู้นำอย่างเต็มที่ในทัวร์นาเมนท์นี้ และสองประตูที่เขาทำได้ต่างก็มีผลในการพาทีมเข้ารอบต่อไป ไม่ว่าจะเป็นประตูชัยจากฟรีคิกอันทรงพลังในนัดชิงอันดับสองของรอบแบ่งกลุ่มกับออสเตรีย รวมถึงโหม่งประตูที่สามในรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับโปรตุเกส ส่วนความพร้อมของทีมในเวลานี้ มีปัญหาที่ผู้เล่นรายเดียว คือ ทอร์สเท่น ฟริงก์ส กองกลางจอมขยันที่ซี่โครงร้าว ขณะที่ แพร์ มาแตร์ซัคเกอร์ หายป่วยแล้ว เช่นเดียวกับ มาร์เซล แยนเซ่น ก็หายเจ็บไหล่แล้ว
กัปตันบัลลัค ยังพึ่งพาได้ทุกสถานการณ์อาการเจ็บของ ฟริงก์ส ทำให้ โยอาคิม เลิฟ ต้องเปลี่ยนแผนการเล่นจากเดิม 4-2-2-2 ในรอบแบ่งกลุ่ม มาเป็น 4-2-3-1 ในนัดล่าสุด โดยดัน บัลลัค เป็นกองกลางตัวรุกอยู่หลัง มิโรสลาฟ โคลเซ่ ซึ่งเป็นกองหน้าตัวเป้า ขนาบข้างด้วยปีกอย่าง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กับ ลูคัส โพโดลสกี้ ซึ่ง โยอาคิม เลิฟ กล่าวว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนการเล่นอีก แต่การเปลี่ยนแปลงทีมที่มีความเป็นไปได้คือหากว่า ฟริงก์ส ฟิตพร้อมลงสนามเมื่อไหร่ก็น่าจะได้ลงมาแทนกองกลางตัวรับคนใดคนหนึ่งระหว่าง ไซม่อน โรลเฟส กับ โธมัส ฮิทเซิลสแปร์เกอร์
สถิติที่ดีอีกอย่างหนึ่งของ เยอรมนี คือการดวลจุดโทษ โดยชนะถึง 5 จากทั้งหมด 6 ครั้ง โดยความพ่ายแพ้ครั้งเดียวเกิดขึ้นในรอบชิงชนะเลิศ ยูโร 1976 ที่พวกเขาแพ้ต่อ เชโกสโลวาเกีย
โพโดลสกี้ ดาวยิงประจำทัวร์นาเมนท์ของ "อินทรีเหล็ก" ซัดไปแล้ว 3 ประตูวาทะวงใน
- "ผมเดิมพันด้วยคำพูดไว้ว่าวันนี้เราต้องได้ประตูจากลูกตั้งเตะ และก็ได้จริงๆแถมได้สองลูกด้วย อย่างนี้ก็น่าจะเรียกว่าได้โชคสองชั้น" ฟลิค พูดถึงลูกโหม่งของ โคลเซ่ และ บัลลัค ในเกมกับโปรตุเกส
- "ท่านแนะนำว่าผมควรทำยังไง และผมก็ทำตามนั้น ท่านบอกว่าผมไม่ควรทำอะไรโง่ๆอีก ซึ่งผมก็ไม่ทำแล้ว นอกจากนั้นท่านก็บอกว่าผมควรเล่นให้เหมือนกับที่เคยทำได้เมื่อสองปีก่อน ผมจะขัดได้อย่างไร ในเมื่อผู้แนะนำท่านนั้นคือนายกรัฐมนตรี" ชไวน์สไตเกอร์ กล่าวถึงคำแนะนำที่ได้รับเมื่อนั่งข้าง แองเจล่า แมร์เคอร์ นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี ในเกมกับออสเตรียที่เขาติดโทษแบน
ในสายตาสื่อมวลชน
- "ความหฤหรรษ์ของโครแอต" พาดหัวของ บิลด์ ไซตุ้ง ในเกมรอบแบ่งกลุ่มที่เยอรมนีแพ้โครเอเชีย 1-2
- "จงฝ่าฟันอุปสรรคต่อไป" ซุดด๊อยท์ช ไซตุ้ง ต้อนรับชัยชนะเหนือออสเตรีย ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกใน 3 สมัย
- "ชไวน์สไตกินโญ่ ขออีกสองนัดเราจะครองยุโรป" อเบนด์ไซตุ้ง เชิดชู ชไวน์สไตเกอร์ ซึ่งเผ็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำในนัดที่ชนะโปรตุเกส








25 / 06 / 2008 08:41